หนาวนี้ที่ไม่เหมือนเดิม

 

วันนี้ตัวเลขแสดงอุณหภูมิบนหน้าจอโทรศัพท์แสดงตัวเลข 9 องศาเซลเซียส มันเป็นวันที่หนาวมากที่สุดในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้ น่าแปลกที่เมื่ออากาศหนาวเย็นมากเท่าไหร่ ทุกอย่างรอบตัวเรากลับเงียบงันลงไปทุกที จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเองดังก้องทั่วไปหมดทั้งห้อง

เสียงเข็มนาฬิกาเดินดังเป็นจังหวะแทรกความเงียบขึ้นมาทุก 1 วินาทีไม่ขาดไม่เกิน ผมรู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวขยับเป็นจังหวะพร้อมเสียงเข็มที่กำลังเดิน เหมือนหัวใจผมจะเต้นตามจังหวะนี้เสียด้วยซ้ำ

ผมนั่งนึกภาพในวันที่เราเคยใช้เวลาร่วมกัน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ นิ้วมือที่เรียวเล็ก และอ้อมกอดที่อบอุ่น ตอนนี้มันเป็นเพียงอดีตเท่านั้นเอง

ผมมองรอยมีดบาดยาวที่นิ้วชี้ ความรู้สึกเจ็บยังเหมือนจะติดอยู่ที่ปลายนิ้วแม้ว่าจะผ่านมาสองวันแล้วก็ตาม ผมเริ่มหัดจับมีดเข้าครัวเพราะเธอไม่อยู่แล้ว คงไม่มีอาหารอร่อยๆ ตั้งรอผมบนโต๊ะในมื้อค่ำอีกต่อไป มันคงช่วยไม่ได้ ทุกอย่างมันจบลงแล้วจริงๆ

เสียงเราทะเลาะกันเมื่อสามวันก่อนยังดังก้องไปมาในหัว ความบาดหมางที่หยั่งรากลึกมานานถูกขุดขึ้นจนถอนรากถอนโคนในคืนวันนั้น ข้าวของที่กระจัดกระจาย กรอบรูปที่แตกละเอียด และรอยเลือดที่หยดเป็นทาง ก่อนที่เรื่องของเราจะจบลงตลอดกาล และผมต้องเดินไปเช็ดเลือดจากกระจกที่บาดฝ่าเท้าเคล้าน้ำตาในห้องน้ำเพียงลำพัง

ผมพยายามลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้น และหวังเล็กๆ ที่เราจะมาเริ่มกันใหม่อีกครั้ง แต่ผมรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่หัวใจที่เต้นตามจังหวะเข็มนาฬิกากลับไม่ยอมเชื่อฟัง มันยังเต้นและส่งเสียงคล้ายจะกระซิบชื่อเธอในหัวผมตลอดเวลา

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนก้มลงไปเปิดกล่องเก็บของข้างโต๊ะ ผมเริ่มจากส่วนหัวก่อน เพราะเป็นส่วนที่หาง่ายที่สุด ตามด้วยชิ้นที่เป็นแขนขาและลำตัว มือที่สั่นเทาด้วยความเสียใจกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะจับแต่ละชิ้นมารวมกันอย่างยากเย็น อาจเพราะนิ้วที่เจ็บแปลบอยู่ด้วยก็เป็นได้

ชิ้นส่วนภาพจิ๊กซอว์รูปคู่ของเราที่กระจัดกระจายจากกรอบรูปที่เคยวางที่ชั้นวางของ กำลังค่อยๆ กลับมาเป็นรูปร่างอีกครั้ง บางชิ้นมีหยดเลือดติดอยู่จนกระดาษแข็งติดกัน ผมค่อยเช็ดคราบเลือดออกอย่างเบามือ

ก็แค่หวังเล็กๆ ว่ารูปที่กลับมาดีเหมือนเดิมอาจเยียวยาทุกสิ่ง ซึ่งมันไม่จริงเลย

อากาศหนาวเหน็บยังเล่นงานผมต่อ คอแห้งผากเพราะขาดน้ำกำลังประท้วง ผมกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก บางทีอากาศเย็นแต่แห้งก็ทำให้เราลืมกินน้ำไปเสียดื้อๆ ผมลุกขึ้นเดินไปหาน้ำดื่ม

แม้ว่าจะหนาวแค่ไหน แต่นิสัยเสียที่ผมเลิกไม่ได้และเธอก็เคยดุเป็นประจำคือการดื่มน้ำเย็นจัด ผมเปิดตู้เย็นหยิบน้ำและแก้วที่แช่ในช่องแข็งออกมาเทดื่ม น้ำเย็นจัดที่ไหลลงคอไปอย่างรวดเร็วทำเอาผมขนลุกเลยทีเดียว

ผมเก็บขวดน้ำไว้ที่เดิม สอดส่ายสายตาหาของว่างเพื่อประทังความหิวที่เพิ่งก่อตัวขึ้น แต่เปล่าประโยชน์ ผมลืมไปสนิทว่าของในตู้ถูกโยนทิ้งไปหมดแล้ว เพราะร่างของเธอที่ถูกยัดไว้ในท่าคุดคู้นั้นก็กินพื้นที่เกือบเต็มตู้เย็นแล้ว ร่างที่แข็งและเย็นเฉียบนั่งมองเหม่อด้วยดวงตาขุ่นมัว แต่ไม่มีสัญญาณของชีวิตใดๆ อีก

“ผมทานน้ำเย็นได้แล้วใช่ไหม ดีจังที่คุณไม่บ่นผมแล้ว”

ผมยิ้มกว้าง ปิดประตูตู้เย็นโครมใหญ่อย่างที่เคยโดนด่าประจำ ผิดแต่คราวนี้มีแค่เสียงหัวใจผมเต้นรัวด้วยความปรีเปรม และเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินอยู่ เพียงแต่ตอนนี้หัวใจผมเต้นไวกว่าเข็มนาฬิกามาก เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องจัดการต่อไปในอีกหลายชั่วโมงข้างหน้า

ผมคิดว่าเครื่องเทศอินเดียน่าจะกลบกลิ่นคาวเนื้อมนุษย์ได้ดีทีเดียว ถ้าผมจินตนาการไม่ผิด…

Latest posts by The Second (see all)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.