พม่าพักรัก Lost in Myanmar อ่านพม่าประสาคนชอบเที่ยว

เป้าหมายหนึ่งในชีวิตของฉันคือการไปเที่ยวคนเดียว

เมียนมาร์ หรือ พม่า เป็นหนึ่งใน List สถานที่ที่ฉันอยากไปเยือนให้ได้ตัวคนเดียว และฉันมั่นใจเลยว่าฉันจะต้องชอบประเทศนี้มากๆ ถึงขนาดที่เคยคิดเล่นๆ ว่า หากฉันเกษียณ ฉันจะย้ายไปอยู่ที่พม่า (ฮา)

ในช่วงสองปีมานี้ ฉันออกทริปเดินทางอยู่บ่อยครั้ง ไปกับเพื่อนกลุ่มนู้นกลุ่มนี้บ้าง ไปกับครอบครัวบ้าง แต่ไม่รู้ทำไม ในใจ . . ฉันก็ยังโหยหาการเดินทางคนเดียวมากกว่าอยู่ดี 

 

พม่าพักรัก Lost in Myanmar

ฉันเจอหนังสือเล่มนี้ที่งานหนังสือเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งใช้เวลานานพอดูนะ กว่าจะอ่านจนจบ เป็นหนังสือบันทึกการเดินทางในดินแดนพม่าที่ถูกเขียนขึ้นโดยคุณ รตี ซึ่งประจวบเหมาะกับที่ในช่วงนั้น ฉันกำลังมีความรู้สึกอยากไปโผล่ที่ หง่อยสวง ไม่ก็ หาดนงาปาลี คนเดียวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่พอดี ที่นั่นเป็นทะเลพม่า 2 แห่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากเท่าไหร่นัก พอเห็นบนปกหนังสือมีเขียนทำนองว่าเป็นนักเขียนผู้หญิง หอบใจช้ำๆ ไปรักษาตัวเองไกลถึงพม่าคนเดียว ตั้ง 5 เมืองแน่ะ ก็เลยอยากซื้อมาลองอ่านดู เผื่อจะเจอที่ที่น่าสนใจที่สามารถไปคนเดียวได้เพิ่มขึ้นมา

 

“สวรรค์ของคนอกหักมันควรจะเป็นยังไง . .”

“เอาเป็นว่า . . แค่มีชีวิตอยู่โดยจำกันแบบไม่เจ็บปวด จำกันแต่สิ่งดีๆ ให้ได้ก็พอ”

พุกาม
การเดินทาง (และหลงทาง) ในป่าเจดีย์
ดินแดนมรดกโลกที่ยังคงความขลังของอาณาจักรพุกามในตำนาน ฉันอยากไปยืนชมแสงอาทิตย์ สาดส่ององค์เจดีย์นับพันที่นั่นเงียบๆ มันคงเป็นภาพที่สงบและกล่อมเกลาจิตใจฉันได้เป็นอย่างดี แอบอยากรู้อยากเห็นว่าวิวบนเจดีย์ซีเครตที่หม่องคนนั้นพานักเขียนไป ของจริง มันจะฟีลกู้ดขนาดไหน

 

“ไม่มีบทสนทนาใดๆ มีแต่เสียงเพลงและคนนั่งนิ่งๆ ปล่อยความคิด . . .”

“ฉันลืมตาอยู่ในความมืดมิดและแสงของดวงดาว ใต้ท้องฟ้าเดียวกันแต่ห่างไกลจากเธอ”

กะลอว์
เมืองเย็นๆ กลางหุบเขาแห่งรัฐฉาน
การเที่ยวที่นี่ดูจะใกล้เคียงกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบที่ผู้เขียนบอกจริงๆ (ฮา) แต่ชอบอารมณ์การได้นั่งรถชมวิว มองไหล่เขา มองท้องทุ่ง เอาจริงๆ แค่มีลมปะทะหน้า สำหรับฉันก็ฟินแล้วล่ะค่ะ ที่สำคัญ ฉันอยากตามรอยหนังสือเล่มนี้ไปถ้ำพินดายาบ้าง ที่พุกามมีเจดีย์ 4 พันองค์ แต่ที่ถ้ำนี้มีพระพุทธรูปกว่า 8 พันองค์เลย น่าทึ่งมาก อยากไปดู

 

“แต่วาระสุดท้ายของคนเรานั้นเหมือนกันก็คือหมดลมหายใจ โดยเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้เลยสักชิ้น แล้วเราจะร้ายต่อกันไปทำไมให้เหนื่อย ทำไมไม่ทำดีต่อกันให้สบายใจและเผื่อแผ่ไปยังผู้อื่น . . .”

มัณฑะเลย์
เขาว่าที่นี่มีแต่ฝุ่น
จินตนาการเป็นแบบอื่นไปไม่ได้เลย นอกจาก เมืองนี้น่าจะมีทะเล 55555+ แต่จากที่อ่านเอาจากหนังสือเล่มนี้ มันไม่ได้ใกล้เคียงสักนิด !!!!! เพิ่งรู้ว่าราชธานีสุดท้ายของพม่าอยู่ที่นี่ มิน่าถึงมีแต่พระราชวัง แต่ที่นี่ก็ยังมีองค์พระพุทธมหามัยมุนี 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของพม่าอยู่ ถึงจะไม่ค่อยสันทัดเรื่องการขอพรเท่าไหร่ แต่ก็อยากไปชมความงามและกราบสักการะให้ได้สักครั้ง

 

“แต่ถ้าสมมุติว่าฉันเป็นดอกไม้ป่า วันนี้ฉันก็คงกำลังเดินทางไปตามสายลม รอเวลาที่จะเจอผืนดินที่เหมาะสมและมีความสุขไปกับอิสระที่มี”

พินอูลวิน
เมย์ทาวน์ เมืองดอกไม้ และโรงแรมเก่าแก่ (หลอน) 
เมืองน่ารักตามสไตล์ผู้ดีอังกฤษผสมอินเดียหน่อยๆ ดูน่าจะมีมุมสวยๆ ของตึกรามบ้านช่องให้ถ่ายรูปเยอะพอดู โดยเฉพาะภายในสวนพฤกษศาสตร์กันดอว์จี ~ น่าไป น่าไป . . . ไฮไลท์เด็ดคือประสบการณ์หลอนๆ ของผู้เขียนที่เล่าถึงประสบการณ์การไปเข้าพักโรงแรมที่เคยเป็นบ้านพักตากอากาศเก่าแก่ หน้าตาวินเทจๆ ความจริงผู้เขียนอาจจะหลอนไปเองก็ได้ แต่ว่าถ้าทั้งชั้นจะมีแค่ฉันที่เข้าพักแค่ห้องเดียวแบบนั้น ฉันขอไม่เอาด้วยดีกว่า หัวใจฉันคงเต้นแรงเอามากๆ 

 

“. . . ศาสนาที่เป็นหัวใจของทุกคนอยู่รวมกัน ณ จุดนี้ ในใจก็รู้สึกชื่นชมคนอังกฤษที่ออกแบบย่างกุ้งที่ก็คงใช้หัวใจสร้างเมืองขึ้นมาเช่นกัน”

ย่างกุ้ง
มองเห็นพม่าในแบบที่ไม่เคยคาดคิด
แอบเห็นรูปเตาขนมครกในหนังสือ ทำให้ฉันยิ่งอยากไปย่างกุ้งมากกว่าเดิม (ฮา) จากที่ผู้เขียนเล่าไว้ ที่นั่นดูจะมีความเป็นแขก มีความดุดันอยู่พอตัว แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามีความขมคอรึเปล่า (อันนี้คงต้องไปพิสูจน์ให้ถึงที่) ผู้เขียนเล่าว่าที่ย่างกุ้งมีศาสนสถานเกือบครบทุกศาสนาแทรกแซมอยู่ท่ามกลางตึกรามตามแบบสถาปัตยกรรมในยุคอาณานิคม ฉันแอบสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของผู้คนที่นั่นในรายละเอียดของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สัมผัสได้ถึงพลังศรัทธาในศาสนาที่ยังคงความเรียบง่ายอีกเช่นกัน

 

ฉันมองเห็นชิ้นส่วนความทรงจำของผู้เขียนล่องลอยกระจัดกระจายไปทั่วพม่าตลอดเวลาที่อ่านหนังสือเล่มนี้ ใครบางคนของผู้เขียนโผล่มาหลอกหลอนเราอยู่บ่อยครั้ง นึกอยากจะโผล่มา ก็โผล่มาเอาดื้อๆ ไม่บอกไม่กล่าว ชวนให้รู้สึกเหงาหัวใจแทน แต่ก็อย่างว่า คนอกหักนี่เนอะ คิด เห็น รู้สึกอะไร ก็พาลให้นึกถึงคนที่เคยอยู่ในใจตลอด จะว่าไปอีกหนึ่งเหตุผลที่ฉันตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ คงเพราะอยากลองอ่านประสบการณ์คนอกหักหนีความชีช้ำออกไปเที่ยวคนเดียวของชาวบ้านบ้าง ฉันอยากรู้ว่าฉันยังปกติดี ไม่ได้ผิดปกติอะไร . .

ตอนที่ฉันเริ่มออกเที่ยวคนเดียว ก็เป็นเพราะว่าอกหักนี่แหละ สภาพจิตใจในตอนนั้น มันไม่สงบเอาเสียเลย จนฉันอยากพาตัวเองไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไป ไม่มีคนรู้จัก อย่างน้อยฉันก็จะได้สูดกลิ่นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีแค่ฉัน ไม่มีใคร . .

ฉันเคยจมติดกับคำถามของเพื่อนๆ ว่าการที่อยู่ๆ ฉันก็ลุกขึ้นมา ออกเดินทางไปที่นั่นที่นี่รัวๆ ฉันออกตามหาอะไรกันแน่? ตามหาตัวตน? ตามหาตัวเองกลับมา? หรือแค่พยายามหาอะไรมาเติมเต็มในสิ่งที่มันขาดหายไป เอามาทดแทนความเศร้า ความเจ็บปวดที่ติดค้างอยู่ในใจ?

เอาจริงๆ ฉันก็ไม่ได้มานั่งถามตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ ฉันไม่รู้หรอกว่ามันจะมีความหมายอะไรซ่อนไว้ ฉันแค่รู้สึกพอใจ ฉันรู้สึกสนุก รู้สึกเป็นอิสระ และฉันก็รู้สึกสงบมากเวลาที่ฉันอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมเหล่านั้น

ฉันเสียศูนย์ไปแล้วรึเปล่าจากความรักที่ไม่สมหวัง? ใช่ มันพังไปหมดแล้ว ฉันตอบได้เลย

ฉันไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนคนเดิมเลยใช่มั้ย? ใช่ ฉันเคยคิดว่าการที่ฉันออกเดินทางบ่อยๆ ฉันอาจจะกำลังตามหาตัวฉันคนเก่ากลับมาอยู่จริงๆ แต่ไม่เลย ข้างในฉันค้านมาก ฉันรู้ดีว่าฉันจะไม่มีวันตามหาตัวฉันคนนั้นเจอ ฉันจะตามหาเจอได้ยังไง ในเมื่อตัวฉันเปลี่ยนไปทุกวัน ทั้งความคิด ทั้งตัวตน ทั้งประสบการณ์ มันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ฉันพึงพอใจมากกับจุดที่ฉันยืนอยู่วันนี้ ฉันรู้สึกภูมิใจในตัวเองมาก และฉันอยากที่จะเติบโตเป็นคนที่ดีกว่าเดิมในอีกวันที่จะผลัดผ่านเข้ามา ต่อให้ตอนนี้ฉันสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งต่างๆ ฉันก็ไม่คิดที่จะแก้ไขอะไรเลย เพราะฉันรู้ดีว่าตัวฉันในอดีต ยังไง้ ยังไงก็ตัดสินใจเลือกทางเดิมอยู่ดี (ฮา)

เธอไม่อยู่ให้เจอหรอก เธอเดินหน้าต่อไปไกลแล้ว . . .

 

หลายครั้งที่การจะอธิบายอะไรแบบนี้ออกมาเป็นเรื่องยากที่จะพูดให้คนอื่นฟัง แม้แต่กับเพื่อนสนิทก็เถอะ ฉันอยากให้พวกเขารู้เหลือเกินว่าฉันไม่ได้ฝืนความรู้สึกตัวเองแม้แต่น้อย และฉันมีความสุขกับสิ่งที่ฉันทำไปจริงๆ ตั้งแต่ที่ฉันออกท่องเที่ยว ด้วยความสัตย์จริง ฉันหลงรักธรรมชาติจนหมดหัวใจ ฉันหลงรักในความธรรมดาที่แสนเรียบง่าย หลงใหลในตัวตนและเอกลักษณ์เฉพาะของที่ที่ไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งเหล่านี้มันทำให้ฉันสงบ และมีสติ มีสมาธิมากขึ้น จริง – จริง

 

“. . . สิ่งหนึ่งที่พม่าให้กับฉันมาตลอดหลายวันมานี้คือความสุขที่เกิดจากความสงบ มันเรียบง่ายและมีเงื่อนไขน้อยมาก สุขที่ไม่ได้เกิดจากการมี แต่เป็นความสุขจากการไม่มี . . .”

ประโยคนี้ในหนังสือทำให้ความรู้สึกที่มีต่อพม่า – ไม่เปลี่ยนไปเลย
พม่าในความคิดของฉันก็ยังคงมีเสน่ห์เหมือนเดิม
และถึงแม้จะอ่านเรื่องราวคำบอกเล่าจากใครมา ฉันคิดว่ามันก็คงไม่เท่าไปสัมผัสกับที่นั่นด้วยตัวเอง

ฉันแอบอยากตัดประโยคนี้ไปตอบเพื่อนมาก ว่านี่เลย นี่แหละ ความสุขที่ได้จากการไปเที่ยวเรื่อยเปื่อยของฉันมันเป็นสิ่งเล็กๆ เรียบๆ ง่ายๆ ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร แค่นี้เอง แต่คิดว่าเพื่อนก็คงไม่เข้าใจ บางทีมันอาจเป็นรสนิยมการเที่ยวที่เพื่อนเข้าไม่ถึง หรือบางที ความคาดหวังจากการเที่ยวของเพื่อน อาจจะไม่เหมือนกันกับฉันเลย ไม่เป็นไรเนอะ ไม่เป็นไร มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย

ขอบคุณผู้เขียนหนังสือเล่มนี้สำหรับเรื่องเล่าและภาพถ่าย ไม่รู้ว่าหายเศร้ารึยังนะคะ ไว้จะไปลองกินต้มยำพม่าดูบ้าง (ฮา)

 

พม่าจ๋า ฉันอยากไปหาเธอ ~

 

ป.ล. ฉันยังเก็บผ้าซิ่นที่ซื้อมาจากทริปวังเวียง (ลาว) ไว้อยู่เลย ถ้าฉันได้ไปเยือนพม่าเมื่อไหร่ คงหยิบมันไปใส่เดินเล่นที่พม่าสักหน่อย ไม่รู้ว่าพอจะแทนโสร่งได้รึเปล่า ^-^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.