กาชาปอง

 

ตู้ขายของอัตโนมัติเป็นของธรรมดา ราวกับก้อนหินตามข้างถนนที่ไร้คนสนใจ มันตั้งเรียงรายไปตามหน้าบ้านร้านรวงต่างๆ สุดความยาวถนน จะบอกว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีตู้ขายของอัตโนมัติมากที่สุดในโลก ผมว่าก็คงไม่ผิดแน่นอน

ผมหยุดยืนอยู่หน้าตู้ขายของอัตโนมัติตู้หนึ่ง ตู้นี้ไม่มีแสงสีวูบวาบวิววับ ไม่มีปุ่มกดเลือกอะไรซับซ้อนมากมายเหมือนบางตู้ มีแค่ช่องหยอดเงินกับเหรียญ และตัวบิดที่ทำหน้าที่ปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ภายในให้หล่นลงมายังช่องรับของเบื้องล่าง

ผมมองรูปที่ติดอยู่หน้าตู้ หันมองซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครเห็นแน่จึงเอื้อมมือล้วงในกระเป๋ากางเกง ใจเต้นโครมด้วยความตื่นเต้นสุดขีด มือสั่นเทาค่อยๆ หยอดเหรียญ 100 เยน ลงไป 2 เหรียญ แล้วก้มตัวลงไปบิดที่ตัวบิดด้วยใบหน้าแดงก่ำ

มีซองจดหมายสีขาวบริสุทธิ์ด้านหลังมีสติกเกอร์รูปหัวใจสีแดงปิดผนึกซองไว้

กาชาปองจดหมายรัก เป็นตู้ขายของอัตโนมัติที่ไม่ใช่ว่าจะหาได้ทั่วไป สำหรับชายหนุ่มโสดที่ขี้อายและหน้าตาไม่ได้หล่อเหลาอะไรเลยอย่างผม ทางเดียวที่จะมีโอกาสได้จดหมายรักจากหญิงสาว คงต้องใช้ตู้กาชาปองจดหมายรักนี้เท่านั้นจริงๆ

—————–

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ฉันอายเกินกว่าจะบอกกับคุณตรงๆ เวลาเราเจอหน้ากับที่โรงเรียน ฉันชอบคุณมากจริงๆ นะคะ เวลาเดินสวนกันที่บันได ใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ ถ้าเกิดฉันสารภาพว่าฉันชอบคุณในตอนนั้น ฉันคิดว่าฉันคงต้องหน้าแดงและสั่นจนพูดอะไรไม่ออกแน่ๆ จดหมายนี่จึง…..”

เนื้อความบางส่วนจากจดหมายรักฉบับหนึ่ง ในอีกหลายร้อยฉบับที่วางอยู่ในกล่องเก็บของที่ผมซ่อนไว้ในตู้เก็บเสื้อผ้าข้างเตียง มันเขียนด้วยลายมือจริง นั่นทำให้จดหมายรักจากกาชาปองนั้น พิเศษและสมจริงเสียยิ่งกว่าจริง

ผมหยิบมันมาอ่านแล้วอ่านอีก คอยจินตนาการถึงเด็กสาวคนที่เขียนว่าหน้าตาเป็นอย่างไร จะน่ารักขนาดไหน ความคิดพิเรนทร์แบบอย่างว่าก็มีบ้างที่ได้อ่านจดหมายพวกนี้ ก็ความกลัดมันวัยหนุ่ม มันก็ยากที่จะห้ามอารมณ์แบบนั้นไปได้

จะบอกว่าผมโรคจิตเล็กๆ ก็คงจะว่าได้ แต่ผมมั่นใจว่าไม่ใช่ผมแค่คนเดียวแน่ เพราะกาชาปองจดหมายรักที่ผมไปหยอดเป็นประจำ บางครั้งก็ไม่มีจดหมายเหลือให้หยอดมาอ่านยามเวลาเปลี่ยวเหงาเสียด้วยซ้ำ แสดงว่ามีคนแบบผมอีกเยอะทีเดียว

——————

จดหมายของมิโดริจัง เป็นจดหมายที่ผมชื่นชอบที่สุด ลายมือน่ารักๆ ของเธอ ทำเอาผมอดกลั่นความเขินอายไว้ไม่ได้ เวลาเปิดเจอลายมือของเธอ ผมแทบจะร้องตะโกนลั่นโลกด้วยความยินดี ทุกฉบับของเธอผมเก็บอย่างดี ใส่ซองและทับไว้จนเรียบกริบเหมือนใหม่ ใส่กล่องแยกและพรมน้ำหอมให้หอมกรุ่น

เพราะเวลาเปิดมาอ่านในทุกครั้ง ผมจะได้จินตนาการว่ากลิ่นตัวเธอเป็นแบบนี้ และจบลงด้วยสิ่งที่คงไม่ต้องบอกว่าอะไร มันคงน่าอายเกินกว่าจะบอกใครได้อย่างเปิดเผย

ทุกตัวอักษร ทุกเว้นวรรคและย่อหน้า ทุกเครื่องหมายและลายเส้นของมิโดริจัง ผมจำได้ไม่มีทางลืมแน่นอน

มิโดริจังของผม ผมรักคุณเหลือเกิน

———————

เช้าแล้ว วันนี้ผมตื่นสายเพราะเมื่อคืนผมนัวเนียกับมิโดริจังนานไปหน่อย ผมรีบใส่เสื้อ คว้ากระเป๋าหนังสือแล้วกระโจนออกจากห้องในทันที

ผมเปิดประตูไปชนใส่อะไรบางอย่างเข้าอย่างจัง

“โอ้ย”  เสียงร้องดังตามมา

“ขอโทษ ขอโทษ” ผมละล่ำละลัก

น้องสาวผมโดนประตูกระแทกล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ข้าวของกระจัดกระจายจนเกลื่อนพื้น ผมรีบก้มเก็บให้

“พี่ขอโทษนะ เจ็บไหม ฮานะจัง”

“พี่จะรีบไปไหน ระวังหน่อยสิ บ้าจัง นี่แขนเขียวไปหมดแล้ว” เธอพลิกตัวขึ้นนั่งพร้อมบ่นอุบ พลางเก็บกองหนังสือและกระดาษที่หล่นเกลื่อน

“พี่สายน่ะ เลยรีบไปหน่อย” ผมหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายขึ้นมา

ผมต้องหยุดกึก รู้สึกเหมือนฟาผ่าลงกลางหัว ขนลุกชัน ใจสั่นระรัว และมือสั่นจนกระดาษในมือส่งเสียงกรอบแกร๊บ

“นี่มันลายมือมิโดริจัง!” ผมสบถในใจ

“ฮา..ฮานะจัง  นี่เธอเขียนกระดาษนี่เหรอ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ไม่แน่ใจว่ากำลังโกรธหรือกำลังตกใจสุดขีดกันแน่

“ฮือ เขียนอะไร” เธอทำหน้าสับสน

“นี่ไง กระดาษนี่ไง เธอเขียนเหรอ” ผมขึ้นเสียงดังจนตกใจตัวเองเหมือนกัน

“จะบ้าเหรอ ฉันไม่ได้เขียน ฉันจะเอาของพวกนี้ไปให้คุณย่า ท่านบอกว่าจะเอาไปเขียนอะไรไม่รู้ มีคนมาจ้างอะไรนี่หล่ะ” เธอคว้ากระดาษในมือออกไปจนฉีกขาดติดมือผม

“พี่ประสาทหรือเปล่าเนี่ย โอย เจ็บก็เจ็บ มาโวยวายอีกทำไมเนี่ย บ้าที่สุดเลย” เธอเดินลงชั้นล่างไปอย่างหัวเสีย

ส่วนผมยืนเหมือนวิญญาณหลุดจากร่าง พลันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ท้องไส้ก็ปั่นป่วนขึ้นมาในทันที ผมรีบวิ่งเปิดประตูฝั่งตรงข้าม แล้วพุ่งไปที่โถส้วมพร้อมปล่อยอ้วกขนาดมหึมาออกมาอย่างไร้การควบคุม

“ผมจะเผาจดหมายพวกนั้นทิ้งให้หมด” ผมนึกในใจขณะที่ยังอ้วกอย่างทรมานจนเกือบขาดใจตาย เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนและทุกๆ คืนที่ผ่านมาหลายปี

Latest posts by The Second (see all)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *