The Journey of second line : ค่าโง่

The Journey of second line : บรรทัดที่ 2 ของชีวิต

ตอนที่ 12 : ค่าโง่

 

1

ถึงตอนนี้ ผมเริ่มเรียนรู้อะไรหลายอย่าง

โดยเฉพาะเรื่องการตั้งราคาหนังสือ

 

            2

หลายเดือนก่อนหน้านั้น ณ งานหนังสือเล็กๆ กลางแจ้งบริเวณรอบท้องสนามหลวง จัดขึ้นเนื่องในวันสำคัญทางศาสนาพุทธสักวันหนึ่ง ผมเองก็จำไม่ได้ว่าวันอะไร รู้แต่ว่าจะมีงานหนังสือแบบนี้อยู่ประมาณปีละครั้งสองครั้ง ด้วยบรรยากาศอบอ้าวของฤดูร้อนทำให้คนค่อนข้างน้อยเพราะอากาศไม่เป็นใจจะให้ผู้คนเดินเลือกซื้อหนังสือสักเท่าไหร่ แต่หารู้ไม่ว่า ‘ของดี’ มีเยอะพอสมควร แม้จะเป็นงานเล็กๆ แบบนี้ก็ตาม

ผมเองไปเดินหาของตามปกติ เจอร้านเจ้าประจำที่รู้จัก ทักทายกัน จากนั้นเขาก็ยื่นข้อเสนอพิเศษมาให้ – เป็นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ

“หมดนี่ผมให้ 500 มีหลายเล่มอยู่ เอาไปทำราคาเองเลย” พ่อค้ายกหนังสือหนึ่งลังเบียร์วางตั้งตรงหน้า ผมหยิบออกมาดูอย่างละเอียด มีหนังสือหลากหลายแนวทั้งวรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปล วรรณกรรมเยาวชน รวมกันกว่า 50 เล่ม ตกเฉลี่ยเล่มละไม่ถึง 10 บาท

ด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อยนิด เงิน 500 บาทในตอนนั้นสำหรับผมคือความเสี่ยง ตัดสินใจอยู่นานกว่าจะเปลี่ยนแบงก์สีม่วงใบนั้นให้กลายเป็นหนังสือหนึ่งลังเบียร์ เพราะยังมองภาพรวมไม่ออกว่าทั้งหมดที่ได้มาจะทำกำไรให้ตัวเองได้เท่าไหร่ คุ้มไหมที่ต้องเสียเวลา

เอาวะ ได้มาเล่มละ 10 บาท เอาไปขายเล่มละ 50 ไม่กี่เล่มก็ได้ทุนคืนแล้ว – ผมคิดง่ายๆ จะลงทุนอะไรสักอย่างโดยไม่มีความรู้และประสบการณ์ อย่างน้อยที่สุดก็ควรคิดได้ว่าเสียไปเท่าไหร่ ต้องได้กลับมาให้มากกว่านั้น

กลับบ้าน ผมนั่งทำความสะอาดหนังสือ จัดแจงถ่ายภาพหนังสือทั้งหมดอัพโหลดขายลงทางเฟซบุ๊ก กำหนดราคา 50 บาทเท่ากันทุกเล่ม มีคนสนใจหนังสือชุดนี้พอสมควร มีการจับจองเกิดขึ้นเป็นระยะ ไม่นานผมก็ถอนทุนคืนพร้อมได้กำไรจากการลงทุนครั้งนี้

ควรจะดีใจที่ประสบความสำเร็จ, ใช่ ควรจะยินดีกับตัวเอง กระทั่งไปเห็นว่ามีลูกค้าบางคนซื้อหนังสือของผมเพื่อเอาไปขายต่อในราคาที่สูงกว่าอีกเท่าตัว

ผมไม่ได้โกรธเคืองพวกเขา เป็นเรื่องปกติของวงการนี้ สำหรับคนที่อยู่ในฐานะผู้ขาย เมื่อเจอของที่คิดว่าทำราคาได้ก็ซื้อไปขายตามอัธยาศัย เพราะผมเองก็ไม่ต่าง หาซื้อในราคาหนึ่งเพื่อเอามาขายในอีกราคาหนึ่งที่ได้กำไร

ถ้าจะมีใครที่ต้องโกรธเคือง คิดว่าน่าจะลงที่ตัวผมเอง

 

            3

จากคราวนั้น มีหนังสือหลายเล่มที่สามารถไปได้ไกลกว่า 50 บาท ผมตามไปดูราคาที่พวกเขาขาย มีตั้งแต่ 120 ไปจนถึง 200 บาท ผมทิ้งโอกาสตรงนั้นไปเองด้วยความไม่รู้

ไม่รู้ แล้วทำไมไม่หาคำตอบ

แม่ง

โกรธเคืองตัวเองหลายตลบ หนังสืออยู่กับตัวแท้ๆ เพียงแค่หาข้อมูลดูหน่อยก็จะรู้ว่าราคาตลาดอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ สามารถตั้งราคาได้หลากหลายและทำกำไรได้มากกว่านี้ มัวแต่ไปคิดว่าได้มาในราคาที่ถูก เอาไปขายเพิ่มกำไรอีกนิดหน่อยก็สบายแล้ว

50 บาทก็ได้กำไรเล่มละ 40 บาทแล้ว – ก็ใช่ แต่จะดีกว่าไหมถ้าบางเล่มทำกำไรจากมันได้เยอะกว่า กำไร 90-190 บาท ต่อเล่ม แค่นี้ก็เห็นความแตกต่าง

หงุดหงิดตัวเองอย่างบอกไม่ถูก ทั้งประมาท สะเพร่า คิดตื้น ทำดีกว่านี้ได้แต่ไม่ทำ โมโหตัวเอง ทำอะไรไม่ได้ ค่าโง่จากการไม่เรียนรู้เป็นราคาที่ต้องจ่าย

เจ็บใจ, แต่ว่าเป็นบทเรียนชั้นดีสำหรับผมเลย

ตั้งแต่เหตุการณ์นั้น เมื่อผมไปหาของที่ไหนแล้วเจอเล่มน่าสนใจจะเปิดหาข้อมูลดูตลอด ยอมเสียเวลาเพิ่มอีกหน่อยเพื่อการตัดสินใจที่ดีกว่า จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก

 

            4

ผมหยิบทุ่งฝัน(1) ขึ้นมาดู หนังสือไซส์มาตรฐาน ปกหน้าเป็นรูปทิวทัศน์สีฟ้าหม่น ปกหลังมีเด็กชายคนหนึ่งกำลังกระโจนข้ามอะไรสักอย่าง ภาพทั้งสองตัดกับตัวเล่มที่เป็นพื้นหลังสีขาวโดยสิ้นเชิง

หนังสือชื่อนี้เคยผ่านมือผมไปได้สามหนแล้ว ส่วนเล่มที่ผมมีตอนนี้เป็นเล่มที่สองที่ได้มา ส่วนเล่มที่สามกำลังวางขายที่หน้าร้าน ส่วนเล่มแรกนั้นอยู่ในลังเบียร์ของพ่อค้าหนังสือ

เช่นกันกับเล่มอื่นๆ ผมขายทุ่งฝันเล่มแรกไปในราคา 50 บาท ก่อนมารู้ในภายหลังว่าราคาในตลาดอยู่ที่ 300-800 บาท และเป็นหนังสือเล่มเดียวกันนี้เองที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้ใครร่วงหล่น’(2) ในปัจจุบัน เป็นหนังสือที่ทำให้ มาร์ก เดวิด แชปแมน ลงมือสังหาร จอหน์ เลนนอน หนึ่งในตำนานของวงสีเต่าทอง

หนังสือแพงแค่ไหนมีเงินก็ซื้อได้ แต่สำหรับหนังสือมือสองบางทีมีเงินเท่าไหร่ก็หาซื้อไม่ได้ เงินน่ะมี แต่ไม่มีใครขาย – ของอย่างนี้ขึ้นอยู่กับจังหวะ

ทุ่งฝันเป็นอีกเล่มที่หลายคนตามหา ถ้าไม่ตรงจังหวะจริงๆ ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ แม้จะมีผ่านเข้ามาหาผมถึงสามเล่มแล้วก็ตาม

เพราะงั้น หนึ่งเล่มสำหรับทุ่งฝัน ผมขอเก็บไว้กับตัว เพื่อย้ำบางบทเรียนให้ตัวผมเอง

—————————————

(1) – ทุ่งฝัน ผู้เขียน: เจ ดี ซาลิงเกอร์ ผู้แปล: ศาสนิก สำนักพิมพ์เรจินา พิมพ์ครั้งแรก ปีพิมพ์: พ.ศ.2531

(2) – จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้ใครร่วงหล่น The Cathcer in the Rye ผู้เขียน: เจ ดี ซาลิงเกอร์ ผู้แปล: ปราบดา หยุ่น สำนักพิมพ์ไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง พิมพ์ถึงครั้งที่สี่แล้ว(ของสำนักพิมพ์) ปีพิมพ์: พ.ศ.2552, 2554, 2557, 2560

บาสเต็ท
มาโว้ยยย!

บาสเต็ท

นักเขียนไส้เปียก / เจ้าของร้านหนังสือมือสอง The Gypsy Reader
บาสเต็ท
มาโว้ยยย!

Latest posts by บาสเต็ท (see all)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *