The Journey of second line : เป็นศูนย์

The Journey of second line : บรรทัดที่ 2 ของชีวิต

ตอนที่ 10 : เป็นศูนย์

 

            2

หรือจะโทษฝน – ก็คงได้

บรรยากาศฟ้าหม่นๆ แบบนี้ใครจะมาเดินตลาดกัน เล่นทายใจกับฝนไม่สนุกหรอก ออกจากบ้านมาแล้วถ้าฝนไม่ตกก็ดีไป แต่ถ้าตกขึ้นมาต้องลำบากหาที่หลบกันอีก ยิ่งเปียกฝน เนื้อตัวอับชื้น เหนอะหนะ ไม่สบายตัวเปล่าๆ

ตลาดนัดกับหน้าฝนเป็นของไม่ถูกกันอยู่แล้ว คนขายอย่างเรามีหน้าที่ขายพร้อมกับภาวนาให้คนมาเดินตลาดเยอะๆ ให้พอขายได้บ้าง ไม่ต้องขายดีเป็นเทน้ำเททิ้ง ขอแค่ได้ค่ารถ ค่ากิน ค่าเช่าพื้นที่ เหลือเก็บนิดหน่อยพอให้หายเหนื่อย (อีกอย่าง ขอให้ขายได้ก่อนฝนจะเทลงมา ข้อนี้สำคัญ)

หันซ้ายหันขวา พ่อค้าแม่ค้านั่งหน้างอกันเป็นแถบๆ ตลาดไม่คึกคักแล้วจิตใจพลันห่อเหี่ยว ไม่มีคนเดินเท่ากับไม่มีลูกค้า รายรับหาย

อาชีพค้าขายมีความไม่แน่นอนสูง แต่จะให้ไม่แน่นอนจนขายไม่ได้เลยก็เกินไป ทุกคนต่างคาดหวังว่าจะขายได้สักเล็กน้อยก็ยังดี ถือว่ามีเงินติดกระเป๋ากลับบ้านไปบ้าง

ไม่มีใครอยากกลับตัวเปล่ากันนักหรอก

 

            1

เมื่อมีวันแย่ๆ อย่างนี้ ทำใจไว้บ้างแล้วว่าต้องจัดการความรู้สึกตัวเองให้ได้

เหนื่อยขนของพะรุงพะรังมาเพื่อจะขายให้ได้ แต่ในเมื่อเหรียญออกอีกด้าน ที่ทำได้คือใจเย็น ข่มใจไม่ให้คิดอะไรด้านลบ(ยาก) เพราะจะพาลเหนื่อย ท้อแท้ในการขาย

คิดถึงชีวิตคนค้าขาย ทุกคนน่าจะประสบมาแล้วทั้งนั้น เคยคุยกับเพื่อนบ้านหลายร้าน บางคนได้วันหนึ่งไม่ถึง 100 บาท วันดีคืนไม่ดีไม่ได้เลย กลับบ้านตัวเปล่า ต้องเสียเงินเพิ่มหาเงินซื้ออาหารเข้าบ้านอีก

“เราเป็นคนหาเช้ากินค่ำก็เป็นแบบนี้แหละ” แม่ค้าร้านหนึ่งตัดพ้อ

ใครต่อใครชอบบอกว่าอาชีพค้าขายเงินดี ได้กำไรเยอะ อาจจะจริงกับร้านค้าขายส่งขนาดใหญ่ แต่กับร้านเล็กๆ ที่ตลาดนัดไม่เป็นอย่างนั้น ร้านเล็กๆ กำไรไม่เยอะ แบกต้นทุนพอสมควร หากไม่มีรายรับติดกันสัก 2-3 วันก็แย่แล้ว

วิธีการแก้ปัญหาของผมคือการหารายได้ทางอื่น หน้าร้านขายไม่ได้ผมจึงพยายามโพสต์ขายของบนโลกออนไลน์ เฟซบุ๊กเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปจากหน้าร้าน บางวันขายในเฟซบุ๊กดีกว่าไปขายที่ตลาดเสียอีก

ถามว่าใช่วิธีแก้ปัญหาจริงๆ ไหม?

ไม่ใช่หรอก ถ้าช่องทางหลักในการขายของไม่ประสบผลสำเร็จจนต้องพึ่งช่องทางอื่นเสริม มันคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเสียมากกว่า จะดีกว่าไหมถ้าขายแล้วได้เงินจากหลายๆ ช่องทางช่วยจุนเจือกัน ความจริงควรจะเป็นอย่างนี้มากกว่า จะให้ช่องทางใดช่องทางหนึ่งขายได้อย่างเดียวคงไม่ใช่

                     

            0

0 บาท

มีบางครั้งที่รายรับเป็นศูนย์ กลับบ้านตัวเปล่า เคยคิดถึงคนที่ขายของว่าถ้าวันนั้นขายไม่ได้เลยพวกเขาจะทำยังไง มาเจอกับตัวเองถึงรู้ซึ้ง

เซ็ง – มาขายของแต่ไม่ได้ขาย นั่งตบยุงแก้เบื่อ ใครจะทนมีความสุขไหว

ขายไม่ได้ พาลแต่จะทำให้หงุดหงิด สิ่งที่ตามมาคือความเครียด เครียดในที่นี้มีหลายแง่ ทั้งในเรื่องเงินที่ไม่ค่อยจะมี ขายไม่ได้ก็ยิ่งไม่มี อีกแง่หนึ่งคือชอบคิดมากว่าที่ขายไม่ได้เพราะหนังสือที่เอามาวางแผงมันไม่น่าสนใจ ต้องมีอะไรใหม่ๆ มาเสริมบ้างหรือเปล่า พอคิดจะหาของใหม่มาเติมก็วนกลับไปที่เรื่องเงินซึ่งไม่ค่อยจะมี ยังไม่นับภาระรายเดือนที่ต้องแบกไว้ ยิ่งคิดยิ่งกลุ้มใจ

โลกกว้างใหญ่ นั่งขายของที่ตลาดบางวันคิดถึงทะเลที่เคยได้ไป คิดถึงภูเขาบางลูกที่เคยพิชิต คิดถึงหลายๆ การเดินทางที่อยากกลับไปอีกครั้ง

ตั้งแต่ชีวิตเปลี่ยนแปลงต้องปรับตัวให้ทุกอย่าง อยู่ที่นี่ไม่ใช่ว่าไม่มีความสุข แต่นึกออกไหมว่าความสุขจากการเดินทางก็มีความหมาย หล่อเลี้ยงชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ต่างจากพนักงานออฟฟิศที่ทำงานตลอดทั้งปีเพื่อรอได้โอกาสเที่ยวในวันหยุดยาว

ชีวิตกลับสู่จุดเริ่มต้น จากที่คิดว่าอยากไปเที่ยวไหน นาทีต้องคิดว่าจะหาเงินยังไงก่อน

จะเบื่อจะเซ็งเป็นไปเถอะ – บอกตัวเองบ่อยๆ โลกไม่ได้เป็นของเราทุกวัน บางวันดี บางวันแย่ โคตรธรรมดาของโลกเลย

บางวันไม่ใช่ของเรา ทุกคนต่างมี Bad day กันทั้งนั้น

เลือกเล่นเกมนี้แล้ว ยังไม่โอเวอร์ก็ต้องเล่นต่อไป

บาสเต็ท
มาโว้ยยย!

บาสเต็ท

นักเขียนไส้เปียก / เจ้าของร้านหนังสือมือสอง The Gypsy Reader
บาสเต็ท
มาโว้ยยย!

Latest posts by บาสเต็ท (see all)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.