อันตัน เชคอฟ : ชาวนาในหุบเขา

อันตัน เชคอฟ  : ชาวนาในหุบเขา

จำว่าเริ่มอ่านวรรณกรรมของรัสเซียช่วงแรก  นักเขียนที่รู้จักมีแค่ ลีโอ ตอลสตอย , ฟีโอดอร์ ดอสโตรเยฟสกี้และแม็กซิม กอร์กี้  ทั้งสามคนบรรยายความทุกข์และความยากจนของชนชั้นล่างได้ชัดเจน หนักหน่วง  อ่านจบต้องหยุดไปพักใหญ่  อ่านอะไรต่อไม่ได้  

จนวันหนึ่ง อ่านจากที่ไหนจำไม่ได้ว่า  นักเขียนอีก ๑ ที่มีผลงานโดดเด่นไม่แพ้ ๓ คนที่เขียน
มีชื่อว่า  ‘อันตัน เชคอฟ’  ด้วยความอยากรู้จัก ซื้อมาอ่าน แต่ยังไม่ได้อ่านจนผ่านมาเกือบ ๒๐ ปี ได้เวลาทำความรู้จัก ‘อันตัน เชคอฟ’ นักเขียนชาวรัสเซีย ที่กล่าวกันว่าสำนวนการเขียนเหนือกว่า ฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี้ เป็นรองแค่ ลีโอ ตอลสตอย

อ่านจบ ความรู้สึกแรกคือ ‘เห้ย ดีอ่ะ สมกับคำกล่าวจริงๆ’ นักเขียนส่วนใหญ่ เมื่อบรรยายความยากจน หรือความทุกข์ มักขยี้ความรู้สึกข้างในของตัวละคร สร้างความรู้สึกให้คนอ่านจินตนาการตามบริบท รอบตัวภายนอกของตัวละครจะถูกล่าวถึงบ้าง  พอให้นึกออกว่า นี่คือส่วนหนึ่งที่ตัวละครต้องเจอ 

งานเขียนของ อันตัน เชคอฟ ตรงข้ามทุกอย่าง กลับบรรยายบริบทรอบๆ ตัวละครอย่างละเอียด  แตะต้องความรู้สึกข้างในของตัวละครน้อยมาก  ถ้าจะแตะก็แตะแบบผิวเผิน  ไม่ขยี้  ทว่ากลับ ‘มีพลัง’ ไม่ยิ่งหย่อนกว่าการขยี้สภาวะข้างในของตัวละครแม้แต่น้อย

คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี ให้คำจำกัดความ งานเขียนของอันตัน เชคอฟ ไว้ดังนี้
“เชคอฟเป็นนักเขียนที่ใช้ สถานะการณ์ สร้าง ตัวละคร  เมื่ออ่านงานของเขาจบลง ตัวละครจะยังคงอยู่ในใจ ความเป็นไปรอบตัวละครเขียนโดยภาษาเรียบง่าย  คล้ายๆกับจะบอกว่า  ทฤษฎีปรัชญาและสังคมการเมือง ที่พร่ำพูดกันนั้นไม่มีส่วนกำหนดชีวิตใดๆทั้งสิ้น  เป็นเพียงลมปาก  เป็นการเทศนาในความว่างเปล่า   การอ่านงานของเชคอฟ  คือการอ่านโลกของผู้คนที่เฉยชา เป็นโลกที่นิ่งเงียบและขมขื่น  ที่ดูเหมือนกำลังรอให้ ‘อะไรสักอย่างเกิดขึ้น’ แต่แล้วก็ไม่มี  จะมีแค่ความว่างเปล่า ไร้สาระ”

เรื่องสั้น ‘ชาวนา’  เชคอฟ พาคนอ่านลงไปคลุกดินโคลนเละๆ  แทะขนมปังใกล้หมดอายุ  สำรวจซอกมุมความยากจน ในบ้านซอมซ่อของชาวนารัสเซีย ช่วงศตวรรษที่ ๑๙  การใช้บรรยากาศเป็นหัวใจ  ทำให้รับรู้และมองเห็นภาพได้ชัดเจน    ชีวิตตัวละครแต่ละตัว  ไม่มีความหวัง ไม่มีอนาคต ทุกอย่างดูน่าเบื่อหน่าย   ส่วนตัวระหว่างอ่าน  ในหัวเหมือนอ่านนิทานสำหรับเด็ก ทว่า นิทานเรื่องนี้ ไม่มีเจ้าชายเจ้าหญิงไม่มีปราสาท ไม่มีเวทมนต์  มีแต่ความจริงของชีวิตที่น่าเบื่อ ขื่นขม ความสุขของชีวิตแต่ละวัน มีแค่การได้ดื่มกินประทังความหิว การด่าทอ คือการระบายทุกข์ที่ขังอยู่ในใจ

ในหุบเขา เรื่องสั้น ต่อมา สถานะครอบครัวดีกว่าเยอะมาก ดีกว่า แต่ไม่ดีเกินจะเห็นขอบฟ้าของความหวัง ความชอบส่วนตัวของเรื่องนี้  คือการสอดแทรกสภาพคอรัปชั่นในสังคมรัสเซียช่วงศตวรรษที่ ๑๙ แบบเนียนๆ ระบบที่กัดกินประเทศตั้งแต่ชั้นรากหญ้า อ่านแล้วอดคิดไม่ได้ว่า  สังคมชนชั้นที่สูงกว่าจะ เละเทะขนาดไหน ตอนท้ายของเรื่องดูมีความหวัง แต่เป็นความหวังที่รับรู้ว่าไม่ดีกว่าเดิมที่ผ่านมา 

การอ่านงานของอันตัน เชคอฟ เหมือนดื่ม วอดก้าราคาถูก บาดคอ ไม่หอม ทว่า รสชาติกลับล้ำลึก  มีเสน่ห์

และอยากดื่มอีก…

Puttidul 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *