อ่านวัฒนธรรมการเรียนรู้: โต๊ะ โตะ จัง

 

ผมรู้สึกว่าตัวเองอ่าน โต๊ะ โตะ จัง ช้าไป คืออ่านเมื่อเข้าวัยหนุ่มมากแล้ว หากอ่านวัยละอ่อนกว่านี้ ผมคงหลงรักเธอมากกว่าที่ได้หลงรักอย่างที่เป็นอยู่แน่ๆ

โต๊ะ โตะ จัง ว่าด้วยชีวิตเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสเรียนโรงเรียนทางเลือก ที่มีวิธีการสอนแตกต่างจากระบอบทั่วไปอย่างที่เธอเคยเรียน

ประเด็นอยู่ที่ว่า การบรรลุผลการศึกษาควรใช้ ‘วินัย’ ข้อบังคับเป็นหลัก เพื่อให้เด็กพร้อมเหมือนๆ กัน หรือ ควรปล่อยให้เป็นเรื่องอิสรภาพการเรียนรู้ตามจริตนิสัยของเด็กแต่ละคน

ที่โรงเรียนใหม่ของเธอนี้ ใครอยากเรียนวิชาไหนก่อนก็ได้ แต่ต้องเรียนให้ครบวิชา เหมือนกับว่า มนุษย์เราหิวไม่พร้อมกันและชอบต่างกันเสมอ ใครอยากกินอะไรก่อนหลังก็เอาสิ ผมประทับใจจุดนี้ มันง่ายและตรงดี ทำไมเราต้องกินอะไรพร้อมกันและเหมือนๆ กัน เพราะอะไร

การจัดแบบวินัยข้อบังคับนั้นง่ายกว่า มีฐานความคิดที่ว่าเด็กๆ ไม่รู้ประสา ต้องดัดให้เรียนให้รู้ ทำโรงเรียนเหมือนโรงงาน มีแบบแปลนและมอบความคุ้มค่าในการลงทุน เด็กเหมือนหุ่นกระป๋องโปร่งเปล่า ที่ต้องผลิตออกมาให้เหมือนๆ กัน ความรู้จึงสำเร็จรูปได้ อัดกระป๋องแล้วโยนให้เคี้ยว ใครเคี้ยวไม่เข้ากลืนไม่ลงย่อมช่วยไม่ได้ ต้องจัดไปอยู่ท้ายแถวของลำดับชั้นทางปัญญา

ส่วนการศึกษาทางเลือก คือ ปล่อยให้เด็กเรียนรู้ตามศักยภาพของตน ส่งเสริมศักยภาพของเด็กตามจริตนิสัย เด็กจะเป็นศูนย์กลาง และเรียนรู้ไปตามความชอบตามจริตนิสัยที่ตนมี การศึกษาแบบนี้ย่อมเหมือนกันไปทุกคนไม่ได้ และจัดลำดับชั้นทางปัญญาก็ไม่ได้ เพราะมนุษย์แตกต่างเกินกว่าจะมีแบบมาตรฐานแบบเดียวให้ดัดวาง มาตรฐานอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเสมอ

โต๊ะ โตะ จัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ก็ว่าด้วยเรื่องทำนองนี้แหละ
แต่มีจุดสนใจมากกว่าที่เล่าไปนี้มาก โดยเฉพาะการจัดการทางวัฒนธรรมเพื่อให้เด็กสนุกกับการเรียนรู้ เช่น การจัดห้องเรียนแบบรถไฟ และ ประยุกต์ใช้ภาษากับอาหารการกิน

สิ่งที่รู้สึกได้ และรู้แน่ว่าเมืองไทยจะไม่มี คือระดับความปลอดภัยที่เด็กตัวเล็กๆ สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้เองโดยลำพัง มาตรการทางสังคมต้องเข้มแข็งมากๆ พ่อแม่ถึงขนาดวางใจเรื่องการเดินทางของเด็กๆ ได้เอง รู้สึกอิจฉาสุดๆ ก็จุดนี้

ข้อสังเกตบางประการมีอยู่ว่า อาจด้วยตั้งใจให้เป็นวรรณกรรมเยาวชน ฉากอุบัติเหตุ หรือ ฉากเสี่ยงอันตรายบางบทบางตอน ก็จะถูกขนบการเขียนดัดปรับให้ดูรุนแรงหรืออันตรายน้อยลง จนบางครั้งก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่า มันดีหรือไม่ดีกันแน่ คือทำให้ไม่กลัวอันตราย หรือ ระมัดระวังเหตุการณ์อันตรายน้อยลงไปหรืเปล่า แต่ก็อย่างว่า มันเป็นวรรณกรรมเยาวชน ขนบการเขียนย่อมเป็นไปตามจุดมุ่งหมายแห่งตนอยู่แล้ว

ผู้อ่านคงอ่าน โต๊ะ โตะ จัง กันมามากต่อมาก แต่ก็คงมีนักอ่านอย่างผมบ้าง ที่ผัดวันประกันพรุ่งกับหนังสือบางเล่มจนกว่าจะได้อ่านก็เหมือนจะสายเกินวัยไปแล้ว เหตุนี้บางช่วงเวลาในชีวิตการอ่าน หากวันใดเลือกหนังสือได้เหมาะเจาะกับเวลาและปัญญาของตน ผมจะรู้สึกวิเศษและอิ่มเอมสุดๆ ไปเลย

แม้ตอนอ่าน จะรู้สึกว่าอ่านช้าเกินวัยไปหรือเปล่า แต่เมื่ออ่านจบ คงไม่มีอะไรจะบอกว่า ประเด็นที่ โต๊ะ โตะ จัง พูดถึงก็ยังร่วมสมัยอยู่ และอ่านเมื่อไรก็ไม่สายเกินไปแน่นอน

***

โต๊ะ โตะ จัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง
ผู้เขียน Kuroyanagi Tetsuko (คุโรยานางิ เท็ตสึโกะ)
ผู้แปล ผุสดี นาวิจิต
สนพ : ผีเสื้อ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *