เพราะโลกมันแบน #6 “ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน : ความรัก ความหวัง ความฝันและความตาย”

1

-ณ ที่ซึ่งไม่มีฝนและแดด มิตรภาพงอกเงย-

ข้อความจากลายมือราวไก่เขี่ยของ “นฤพนธ์ สุดสวาท” เจ้าของหนังสือรวมเรื่องสั้น “ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน” ที่ถูกส่งมาให้ ผมยิ้มและนึกถึงโลกออนไลน์ที่ทำให้ผมรู้จักกับ “พี่ป็อป”

ผมรู้สึกถูกชะตากับพี่ป๊อปแบบไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ผ่านการพูดคุยกันเพียงไม่กี่ครั้ง และต้องตกหลุมรักพี่แกทันทีที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ 

 

นี่คือหนังสือที่รวมเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลและที่เคยถูกตีพิมพ์ตามหน้านิตยสาร ก่อนนำมารีไรท์ และอิดิท นิดหน่อยเพื่อความถูกต้องของข้อมูล โดยเรื่องเด่นของหนังสือเล่มนี้คือเรื่อง “ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน” ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศนายอินทร์อะวอร์ด ประจำปี 2557 ที่ตอนนั้นใช้ชื่อว่า “หอนาฬิกาที่หาช่างซ่อมไม่ได้”

นอกจากนั้นยังมีเรื่องสั้น “ปีนังไม่มีนำ้ตา” ที่ได้รับรางวัลชมเชยในการประกวดรางวัล “กนกพงษ์ สงสมพันธุ์” และเรื่องสั้นอื่น ๆ รวม 9 เรื่อง (นับเสมือนคำนำด้วย) ที่ถูกปรับปรุงมาทำใหม่ โดยเฉพาะเรื่อง “เก็บพื้นที่ไว้ให้วีรบุรุษของเรา” ที่เป็นการ 5 เรื่องสั้นที่เคยเขียนมาร้อยเรียงใหม่ได้อย่างน่าติดตาม 

2

“อ่านวรรณกรรมต้องมีสมาธิ” พี่ป็อปแนะนำผมตอนที่ผมทักไปว่า “แค่อ่านเสมือนคำนำก็งงแล้ว” ดังนั้น ผมจึงใช้เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้นานมาก ค่อย ๆ อ่านอย่างละเอียดจนพบว่า…

จุดเด่น ๆ ของเรื่องสั้นแต่ละเรื่องที่เห็นได้ชัดคือ กลวิธีการเล่าเรื่องที่เหมือนภาพยนตร์ โดยเริ่มจากกลางหรือท้ายเรื่อง ก่อนจะตัดฉากมาที่ต้นกำเนิด ซึ่งแต่ละเรื่องจะมีเส้นเรื่องอย่างน้อย 2 เส้นเรื่อง ผู้เล่าค่อย ๆ เล่าเรื่องตัดสลับไปมาอย่างน่าติดตาม ก่อนมาบรรจบที่จุดไคลแม็กซ์อย่างลงตัว ซึ่งต้องบอกว่าต้องใช้สมาธิสูงแบบที่พี่ป็อปพูด ยิ่งเรื่องสั้น “เก็บพื้นที่ไว้ให้วีรบุรุษของเรา” “ปีนังไม่มีน้ำตา” ที่เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว มีการเล่าแบบหลากหลาย POV ด้วยแล้ว หากสมองไม่ว่าง คงต้องทำใจกลับไปอ่านใหม่ในย่อหน้าแรกอีกแน่ ๆ 

“นาฬิกาที่หาช่างซ่อมไม่ได้” ชื่อเดิมของ “ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน”

อีกจุดเด่นที่สัมผัสได้ เรื่องราวที่ขีดเขียนส่วนใหญ่ให้บรรยากาศของความฝัน ในสถานที่ที่ไม่แน่ชัดว่ามีจริง บรรยากาศของเรื่องถูกเล่าราวกับมีหมอกตลอดเวลา ไม่ชัดแจ้ง กึ่งหลับ กึ่งตื่น จริงเท็จปะปนกันอย่างลงตัว ค่อยฉุดผู้อ่านให้ถลำลึกลงไปในเรื่อง ที่แอบซ่อนแก่นแท้ได้อย่างแนบเนียน สะท้อนเหตุบ้านการเมืองได้อย่างมีชั้นเชิง

มีเรื่องราวของความรัก มีห้วงคำนึงถึงความหวัง มีฉากและตัวละครแห่งความฝัน และมีความผูกพันที่ขาดกันไม่ได้ในเรื่องของความตาย เหล่านี้ถูกหยอดลงไปในแต่ละเรื่อง อย่างละนิด อย่างละน้อย ราวกับว่าเป็นการย้ำเตือนให้ผู้อ่านคิดถึงสิ่งเหล่านี้

พวกมันอยู่รอบตัวเรา มีอยู่จริง วนเวียนอยู่ในวงจรของชีวิต และทุกเส้นทางก็ถูกลิขิตให้เดินบนถนนที่นำไปสู่ความตาย

3

เราเริ่มจากความสนุก ถ้าไม่สนุกก็ไม่รู้จะเขียนทำไม” คำตอบที่พี่ป็อป บอกผมตอนที่ผมถามไปว่า เรื่องสั้นแต่ละเรื่องพี่เขียนจากอะไร

-เรื่องหนึ่งพี่ใช้เวลาเขียนนานแค่ไหน แล้วรายได้จากงานเขียนเยอะไหมพี่- ผมถามต่อทันที

มีไม่กี่คนหรอกในประเทศไทย ที่อยู่ได้จากการเขียนหนังสืออย่างเดียว เราเขียนเพราะมีเรื่องอยากเขียน อยากเล่า แล้วเราก็เขียนออกมา ทิ้งมันไว้ สี่สาห้าเดือนถึงหยิบออกมาปัดฝุ่น แก้ไข แล้วส่งไปตามนิตยสารต่าง ๆ ไม่ได้เขียนเพราะอยากมีเงิน มีชื่อเสียงอะไรหรอก เพราะถ้าทำอย่างนั้น เราก็คงตายไปนานแล้ว” พี่ป็อปเน้นย้ำอีกครั้งถึงแนวทางการเขียนของตน

-ผมใจร้อน เขียน ๆ แล้วก็รีบโพสให้คนอ่าน แบบว่าปั่นงานส่งว่างั้น- ผมบอกพี่ป็อปเมื่อรู้ว่างานแต่ละชิ้นของแกใช้เวลานานมาก 

เราคิดว่า การเขียนเรื่องสั้นแบบ วันสองวันจบ เป็นการดูถูกคนอ่านนะ อันนี้เป็นความคิดส่วนตัว ไม่ได้ว่าใคร เพียงแต่เรารู้สึกว่าการจะเขียนอะไรควรให้เวลากับมัน ปล่อยมันไว้แบบนั้น เมื่อเรากลับมาอ่านใหม่ เราจะพบว่ามันห่วย งานห่วย ๆ แบบนี้จะส่งให้คนอื่นอ่านจริง ๆ เหรอ เราจะค่อย ๆ แก้ไขมัน เพิ่มเติม หรือตัดบางอย่างออก จนคิดว่ามันดีที่สุด ถึงจะปล่อยงานออกไป” พี่ป็อปอธิบาย

-แล้วตัวละครละครับ เรื่องสั้นของพี่แต่ละเรื่อง ชื่อตัวละครแปลก ๆ และน่าจดจำทั้งนั้น เช่นพวก ‘ยอดมนุษย์’ ‘สุ่ย’ ‘แมวฮกเกี้ยน’ ‘เฒ่าเข้ม’ ‘อีบ้า’ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อที่น่าสนใจและน่าติดตาม- คำถามออกมาไม่หยุดจนคล้ายว่าพี่แกเริ่มรำคาญ

ของแบบนี้มันไม่สำคัญหรอก เป็นแค่กลวิธี บางเรื่องเราเขียนโดยแทนชื่อตัวละครว่า X แล้วค่อยไปใส่ชื่อตอนใกล้จะเสร็จก็มี สิ่งสำคัญมันคือเรื่องที่เราอยากเล่าต่างหาก หากมันน่าสนใจจริง ๆ ชื่อของตัวละครก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้คนจดจำ” สำนวนการตอบแบบเอื่อยเฉื่อยของพี่ป็อป แถลงไขวิธีการเขียนของตนให้ผมได้ทราบ 

-ทำไมพี่อยากเขียนหนังสือล่ะครับ- ผมยังไม่หยุด

นี่คุยกันจริงจังใช่ไหม?” พี่ป็อปถามผมคืน ถ้าจะคุยกันจริงจัง นั่งรถมาเลย สังขละ มาเถอะ เรื่องชีวิตมันต้องมาคุยกันยาว” พี่ป็อปหยอกเย้า

-ไม่อ่ะ ไม่อยากกลายเป็นก้อนยางบนตะแกรงให้ปลาตอดขี้ (ส่วนหนึ่งจากเรื่อง “พ่อควรจะมีสิบมือ”)- ผมยียวนตอบโต้ 

จากนั้นเราก็พิมพ์เลข “555555” ใส่กันไม่ยั้ง 

ซึ่งหลังจากที่เราคุยกันสักพัก ทำให้ผมรู้แล้วว่าแท้จริงว่า
“ณ ที่ซึ่งไม่มีฝนและแดด ”
ไม่ใช่โลกออนไลน์หรอก แต่เป็น
“หนังสือ ละความรักในตัวอักษร” ต่างหาก
ที่ชักนำเราให้มารู้จักกัน

 

4

เมื่อหน้าสุดท้ายถูกปิดลง มีคำพูดที่แว่บขึ้นมาในหัวทันที 

“หากปองวุฒิ เขียน “ลืมตาตื่นอีกครั้งในเวลาอันสมควร” จากชีวิตและความจริง นฤพนธ์ ก็เขียน “ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน” จากความฝันและความตาย”

(ซึ่งทั้งสองเรื่องเข้ารอบ Longlist S.E.A Write ปีนี้)

ผมไม่แน่ใจนักว่าทำไมผมถึงคิดเช่นนี้ แต่ฉากหม่น ๆ ทึมเทาที่เดาไม่ได้ว่าเป็นที่ไหนในเรื่องสั้นแต่ละเรื่องของพี่ป็อป ชื่อตัวละครที่แปลกประหลาด การพูดจากที่ตัดสลับไปมา กึ่งเล่นกึ่งจริงเหล่านั้น คงหาพบพานไม่ได้ในความจริง

หรือเป็นไปได้ว่า เรื่องสั้นทั้งหมดในเล่มนี้
ล้วนเป็นเรื่องสั้นของความจริง ที่ถูกถ่ายทอดผ่านความฝันนั่นเอง

หนังสือเรื่อง : ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน
นักเขียน : นฤพนธ์ สุดสวาท
สำนักพิมพ์ : ผจญภัย

-iMonkey-

หมายเหตุ
สามารถอ่านเรื่องสั้น “ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน” แบบจบเรื่องได้ที่ Bookster.Blog หรือคลิ๊ก ลิ้งค์นี้ ได้ทันที ขอบคุณพี่ป็อปที่เอื้อเฟื้อให้กับชาว Bookster

 

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *