The Journey of second line : Way

The Journey of second line : บรรทัดที่ 2 ของชีวิต

ตอนที่ 6 : Way

 

1

ถ้าใครได้เดินตลาดนัดกลางคืนบ่อยๆ น่าจะเห็นการตั้งร้านเรียงเป็นแถวอย่างสม่ำเสมอ การทำแบบนี้จะทำให้ร้านค้าดูเยอะกว่าปกติ ส่งผลให้มีความน่าเดินเพิ่มขึ้น ตลาดนัดหลายแห่งใช้วิธีนี้ ไม่ปล่อยให้ร้านกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆ เพราะหากมีร้านค้าสลับกับล๊อกโล่งซึ่งทำให้ดูแหว่งและดูโหวงเหวง พาลให้ตลาดไม่น่าเดินไปเลย

ที่ตลาดยิปซีก็เช่นกัน การไปขายของแต่ละครั้งทางตลาดจะจัดให้ร้านรวงอยู่ติดกันเสมอ ไม่ให้มีช่องโหว่ระหว่างร้าน ในกรณีที่ร้านขาประจำไม่มาก็จะเอาผู้ขายขาจรมาอยู่แทนที่ นอกจากนั้น ทางตลาดจะพยายามจัดไม่ให้สินค้าที่เหมือนกันตั้งขายอยู่ข้างกัน เพื่อให้ทั้งสองร้านไม่ต้องขายแข่งกันเอง และทำให้ระหว่างทางเดินมีสินค้าที่หลากหลาย ตลาดก็ดูมีสีสันขึ้น

ร้านข้างเคียงที่ตลาดยิปซี ผมใช้คำเรียกแทนว่า ‘เพื่อนบ้าน’ เพราะระยะห่างของเราอยู่กันไม่ถึงครึ่งเมตร แต่ละล๊อกอยู่ติดกันไล่เรียงเป็นทางยาวตามพื้นที่ตลาด

ช่วงไหนที่ตลาดเงียบ มีลูกค้าเดินไม่เยอะมาก นอกจากการเล่นมือถืออยู่กับตัวเองก็ไม่พ้นการไปสนทนากับเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีแก้เบื่อที่ดี อีกอย่าง เปิดร้านอยู่ข้างกัน ทำความรู้จักไว้ไม่เสียหาย ด้วยการพูดคุยนี่เอง ทำให้ผมรู้จักเพื่อนบ้านในอีกหลายแง่มุม

 

                2

พี่โจ้ หนุ่มตัวเล็กบอบบาง เปิดร้านด้านซ้ายมือของร้านผม เขาขายเกี่ยวกับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ทุกวันครั้งจะเห็นเขาและรถเข็นคู่ใจค่อยๆ ลากมาประจำที่ ด้วยความเป็นคนใส่ใจรายละเอียด รถเข็นคันเล็กหน้ากว้างไม่เกินขนาดลังเบียร์ของเขามีทั้งกระเป๋าใส่สินค้า ตะแกรงไว้วางของ และเก้าอี้ทรงเตี้ย(ที่แม่บ้านนิยมใช้นั่งซักผ้า) ทั้งหมดถูกบรรจุในนั้น พี่เขาเป็นคนเทินของได้สูงอย่างน่าเหลือเชื่อ ลองคิดว่าถ้าเป็นตัวผมเองคงขนของทั้งหมดมาในรอบเดียวไม่ได้อย่างเขาแน่

ร้านพี่โจ้ใช้เก้าอี้ทรงเตี้ยวางรองฐานให้สูงจากพื้น จากนั้นวางตะแกรงและคลุมด้วยผ้าสีแดงสดเพิ่มความโดดเด่น ดึงดูดสายตาลูกค้าให้หันมองแผง แล้วค่อยๆ บรรจงเรียงสินค้าอย่างใจเย็น

ค่ำวันหนึ่งผมได้นั่งคุยกับเขา พี่โจ้เคยเป็นเซลล์บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งมาก่อน เขาทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ทว่า ภายใต้แรงกดดันทั้งเรื่องงานและเรื่องสังคมในบริษัท จึงเกิดความเบื่อ ขอลาออกมาขายของ เริ่มต้นกิจการของตัวเอง

“เหนื่อยกว่าทำงานประจำ รายได้ก็น้อยกว่า ค้าขายเงินหายากกว่างานประจำอยู่แล้ว แต่เราสบายใจกว่าที่ได้ทำอะไรที่เป็นของเราเอง” พี่โจ้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“พี่อยากทำล้านแรกให้ได้ ไม่รู้จะทำไง ก็ต้องทำต่อไปนี่ล่ะ”

“โคตรเหนื่อยเลยพี่ แค่ฟังก็เหนื่อยแทนแล้ว” ผมบอกเขา

  

              3

ถัดจากร้านพี่โจ้เป็นร้านกิ๊ฟท์ช็อปตั้งโต๊ะเล็กๆ ผมไม่เคยรู้ชื่อคนขายเพราะเราเรียกกันว่า ‘แม่’ เธอเป็นสาวโรงงานอายุอานามวัยกลางคน วันศุกร์และเสาร์เธอจะใส่ชุดยูนิฟอร์มมานั่งขายของ มีลูกสาววัยรุ่นช่วยขายเป็นบางวัน

เธอเล่าว่าตัวเองมีอาชีพสาวโรงงานทั่วไป พอตกเย็นก็มาขายกิ๊ฟท์ช็อปที่ตลาด หารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ เครื่องแต่งองค์ของผู้หญิงอันนึงได้กำไรไม่กี่บาท ส่วนลูกสาวช่วงแรกมาช่วยเธอทุกวัน ช่วงหลังหายหน้าหายตาไปเพราะต้องอุ้มท้องอยู่บ้าน จะให้ไปไหนมาไหนก็ห่วงจะเป็นอันตรายต่อแม่และเด็กในท้อง กระทั่งลูกสาวคลอด เธอเริ่มหยุดบ่อยขึ้นเพราะต้องอยู่บ้านเลี้ยงหลาน ส่วนลูกสาวออกไปทำงานตามปกติ พักหลังจึงเห็นเธอไม่บ่อยนัก แต่เมื่อมีโอกาสเธอก็ยังแวะมาขายบ้างนานๆ ทีพอให้หายคิดถึงกัน

“หาเงินเล็กๆ น้อยๆ ไปช่วยเลี้ยงหลาน ยังดีกว่าอยู่บ้านนั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไร” หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ

“เหนื่อยไหม” ผมถามซื่อๆ เพราะเท่าที่ฟังเธอไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนเท่าไหร่ ช่วงหลังเห็นเธอบ่นว่าปวดเมื่อยร่างกายบ่อยๆ ตามประสาคนอายุเยอะ

“ก็นิดหน่อย แต่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย หาเงินให้หลานมัน” ขณะพูดคุย เธอพูดถึงหลานบ่อยมาก เข้าใจความรู้สึกคุณยายเห่อหลานก็คราวนี้

 

                4

 

สำหรับผม ตลาดแห่งนี้ก็เหมือนชุมชนหนึ่งที่มีผู้คนหลากหลาย มีจุดร่วมเหมือนกันคือเรื่องขายของเพื่อต้องการรายได้ แต่จะเอาเงินไปทำอะไรก็สุดแล้วแต่คน บ้างขายหนังสือ บ้างขายอุปกรณ์โทรศัพท์ บ้างขายเสื้อผ้า รองเท้า บ้างขายอาหาร แต่ละร้านก็ขายสิ่งที่ ‘เชื่อ’ ว่าจะขายได้ และเป็นกำไรต่อพวกเขา

ผมนั่งมองพี่โจ้กำลังเจรจากับลูกค้าที่ขอต่อราคา มองดูแม่ที่นั่งคุยกับร้านเพื่อนบ้านร้านอื่น นั่งมองฝั่งตรงข้าม – ลุงแหวน (ไม่รู้จักชื่อเขา แต่เขาขายแหวน ผมเลยเรียกแบบนี้มาตลอด) กำลังนั่งทำแหวนวงใหม่เพื่อเตรียมนำขึ้นชั้นโชว์สินค้าของตัวเอง หลังจากหายไปสองสัปดาห์เนื่องจากเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคประจำตัว

ต่างคน ต่างวิถี

ทว่า อยู่บนเส้นทางเดียวกัน

ผู้คนมากมายในตลาดแห่งนี้กำลังขับเคลื่อนชีวิตด้วยการค้าขาย เพื่อหวังผลบางอย่าง บางคนขายเพราะต้องขาย(จริงๆ) บางคนขายเป็นงานอดิเรก จะอย่างไรก็ตาม ผมมองเห็นความหวังของพวกเขา ที่พวกเขายังอยู่ก็เพื่ออยากมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็น ไม่ว่าจะในแง่เงินตราหรือความสุขส่วนตัวก็ตาม

ภาษาบ้านๆ เรียกว่าดิ้นรน

แล้วใครบ้างที่ไม่ดิ้นรนบนโลกบิดเบี้ยวใบนี้ ?

บาสเต็ท
มาโว้ยยย!

บาสเต็ท

นักเขียนไส้เปียก / เจ้าของร้านหนังสือมือสอง The Gypsy Reader
บาสเต็ท
มาโว้ยยย!

Latest posts by บาสเต็ท (see all)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.