รีวิวหนังสือ “เขียนนิยายให้ขายดี สตีเฟน คิงก์”

 

สารภาพว่าเป็นแฟน สตีเฟน คิงก์ จากหนังมากกว่าหนังสือ  เริ่มจากดูซีรีส์ Salem’t Lot ตอนเด็ก จำความน่ากลัวในซีรี่ส์เรื่องนี้มาจนถึงวันนี้   คิดย้อนกลับไปคงเพราะเป็นเด็กและบรรยากาศในหนัง แถมฉายกลางคืนอีก  เลยกลัวฝังใจขนาดนั้น      นั่นคือ การรู้จักกับ ‘สตีเฟน คิงก์’

สตีเฟน คิงก์เขียนนิยายเป็นร้อยๆเรื่อง ไม่รวมเรื่องสั้นในจำนวนไม่ห่างกัน  นิยายและเรื่องสั้น กว่า ๗๐ % ถูกนำมาสร้างเป็นหนัง   มีทั้งเป็นหนังดี เข้าขั้น ‘ขึ้นหิ้ง’ จนถึง ‘ขว้างทิ้งลงถังขยะไปเหอะ’  หลายเรื่องที่เคยดู ยอมรับว่าดี   มาจาก
ผู้กำกับ ‘จับหัวใจของนิยาย’ ได้

หนังเรื่องหนึ่งที่ดูคือ The Mist ทำให้พบกับ ‘หัวใจ’ ในงานเขียนของสตีเฟน คิงก์ คือ  การหยิบสัญชาตญาณดิบที่เก็บซ่อนในตัวมนุษย์มาตีแผ่อย่าน่าสะพรึงกลัว  ‘เมื่อความกลัวถึงขีดสุด  ความเห็นแก่ตัวจะมีพลังมหาศาล’ กระนั้น  ในความน่ากลัวที่ปล่อยพลังออกมา  คิงก์ไม่ลืมหยอดเรื่อง ‘ความดี ความศรัทธา’ ที่ซุกซ่อนในตัวมนุษย์เช่นกัน  ถ้าหีบของความกลัวถูกเปิดออกได้  หีบของความดีก็ถูกเปิดออกได้เช่นกัน เพียงแต่ ใครจะเข้มแข็งเปิด ‘หีบความดี’ มาจนสุดแค่นั้นเอง 

 

เขียนชื่อ สตีเฟ่น คิงก์ โดยมี “ก์” ตามผู้แปล

กลับมาที่หนังสือ ‘เขียนนิยายให้ขายดี โดย สตีเฟน คิงก์’  เปิดอ่านในบทแรก  สตีเฟนไม่เข้าสู่หัวใจของการเขียน  กลับเล่าประวัติชีวิตวัยเด็กให้ฟัง  อ่านๆ ไป  รับรู้อย่างหนึ่งว่า  ความเป็น ‘กระบี่มือหนึ่ง’ มาจาก ความเป็นคนช่างสังเกต   สังเกตสิ่งแวดล้อม สังเกตคนใกล้ตัว  สิ่งนี้คือ ‘วัตถุดิบ’ ที่คิงก์นำมาประยุกต์ใช้ในพฤติกรรมตัวละคร 

 ในวัยเด็กฐานะครอบครัวของเขาไม่ร่ำรวยนัก แม่ทำงานเป็นสาวโรงงานเลี้ยงลูก ๒ คน คือคิงก์กับพี่ชาย พร้อมกับเลี้ยงดูพ่อในวัยแก่ชราไปด้วย  ความสุขของแม่คือชอบสะสมแสตมป์เพื่อนำไปแลกสิ่งของ  เรื่องสั้นเรื่องแรก Happy Stamp เขียนจากชีวิตจริงของครอบครัวเขาเอง เติมใส่จินตนาการลงไป   จินตนาการที่มาจากความชอบส่วนตัว คือ ชอบหนังสยองขวัญเกรดบี  

 จากการอ่านบทแรก ได้ความว่า
ประสบการณ์ เรื่องราวชีวิตในวัยเด็กของคิงก์  ที่ผ่านการสังเกต  การตั้งคำถาม  รวมถึงเส้นทางการเป็นนักเขียน  คือวัตถุดิบชั้นดีในงานเขียนของเขา    ทุกๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นครูให้กับตัวเขา(และคนอ่าน) ว่า ‘ไม่มีงานอะไร ง่าย  เมื่อความสำเร็จมาถึง สิ่งที่ยากคือ จะรับมือกับมันอย่างไรก็สำคัญ’ และ ไอเดียไม่เคยหล่นลงมาเฉยๆ จากบนฟ้า  มันเก็บได้จากรอบตัวที่เห็นบนพื้นดิน  ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผ่านไปยังนิยายและเรื่องสั้นที่เขาเขียน

นอกจากการสังเกตแล้ว  เครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งที่ช่วยในการเขียนคือ ‘การตั้งคำถามประเภท จะเกิดอะไรขึ้น..ถ้า’

คิงก์ยกตัวอย่าง

— จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า …ผีดิบดูดเลือดเข้ามาอาละวาดในหมู่บ้านเล็กๆ  (Salem’s Lot)
— จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า..คุณแม่วัยรุ่นกับลูกน้อยติดอยู่ในรถที่มีหมาบ้าวนเวียนอยู่รอบรถ (Cujo)

สังเกตแล้ว ตั้งคำถามแล้ว  ทีนี้  ลงมือเขียน  ปล่อยให้จินตนาการพาไป  คำถามคือ   นักเดินเรือใช้เข็มทิศและดวงดาวในการนำทาง  คนอยากเป็นนักเขียนต้องมีเครื่องมืออะไรนำทางบ้าง…

บทที่สองเข้าสู่กระบวนการ ‘การเขียน’ ดูเหมือนเป็นกฎข้อแรกๆ ของการเป็นนักเขียน คือ ‘ต้องมีคลังคำ’เป็นของตัวเอง คลังคำ หาได้จากไหน หาได้จากการอ่าน ทำให้นึกถึงบรมครูนักเขียนไทยชื่อ ประมูล อุณหธูป กับ สมญานาม

 ‘ชายผู้เข้าป่าเพื่อตัดไม้ทั้งป่าทำเก้าอี้ตัวเดียว’ บ่งบอกว่า ท่านต้องอ่านมากแค่ไหนเพื่อเลือกใช้คำที่นำมาเขียน

 ‘การอ่านสำคัญต่อการเป็นนักเขียนอย่างไร’  คิงก์บอกว่า
“เราอ่านนิยายสามัญ นิยายเลวร้าย เพื่อไม่ให้เราตกลงไปในกับดักเลวร้ายนั้น  ไม่ให้ความเลวร้ายคืบคลานมาในงานเขียนของเรา  อ่านนิยายชั้นดีเพื่อเสาะหาว่า ความวิเศษเช่นนี้สร้างขึ้นมาได้อย่างไร  การลอกเลียนสไตล์การเขียนของนักเขียนที่ชื่นชอบไม่ใช่เรื่องผิดบาป  วันหนึ่งสไตล์งานเขียนจะถูกสร้างขึ้นเอง  การอ่านเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ของนักเขียน  รักจะเขียนต้องรักจะอ่านด้วย  การอ่านไม่ควรมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่  การอ่านจะช่วยดึงเข้าสู่กรอบของการเขียนด้วยความกระตือรือร้น  การอ่านจะช่วยให้รู้ว่าเรื่องแบบใดถูกเขียนไปแล้ว  เรื่องแบบไหนน่าเบื่อหน่าย  แง่มุมใดเขียนเข้าท่า  การเขียนให้น่าเบื่อเขียนแบบไหน  ยิ่งอ่านความอับอายในสิ่งที่เขียนก็น้อยลงไม่ว่าจะเป็นหน้ากระดาษหรือจอคอมพิวเตอร์”

เมื่ออ่าน : เขียนนิยายให้ขายดี โดย สตีเฟน คิงก์ : จบ สิ่งหนึ่งที่ได้กลับมาคือ ‘มีนักเขียนมากมาย มาจากการเป็นนักอยากเขียน  แต่มีนักอยากเขียนไม่กี่คนที่พาตัวเองไปสู่การเป็นนักเขียน  และ มีนักเขียนไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จจนเรียกตัวเองว่า ‘นักเขียน’  กระนั้น  เมื่อเขียนเรื่องจบ แม้จะยังไม่เป็น ‘นักเขียนผู้ประสบความสำเร็จ’  แต่ ความสำเร็จได้เกิดกับ
ทุกคนที่ลงมือเขียน  นั่นแสดงว่าได้ฟันฝ่าข้อจำกัด ข้ออ้างต่างๆ ที่ตัวเองเป็นคนตั้งขึ้นมาได้แล้ว   เก็บเหรียญรางวัลนี้คล้องคอ  หลังจากนั้น  หยิบกระดาษเปล่าขึ้นมา  หยิบดินสอหรือปากกา หรือเปิดจอคอมพวเตอร์  ลงมือเขียนเรื่องต่อไปกัน….

————————————————————–

เขียนนิยายให้ขายดี โดย สตีเฟน คิงก์
นพดล เวชสวัสดิ์ แปล
สำนักพิมพ์ มติชน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *