ตึกกรอสส์  รวมเรื่องเอกของ อ.อุดากร

#GuestReview by Puttidul Sangkhadul

.

.

ตึกกรอสส์ รวมเรื่องเอก อ.อุดากร นักเขียนดีเด่นในรอบ ๑๐๐ ปีเรื่องสั้นไทย

เงยหน้ามองหน้าปกอีกครั้ง  บรรทัดบนสุดมีตัวหนังสือสีเหลืองเขียนว่า พิมพ์ครั้งที่ ๑๕

.

.

“โห …พิมพ์ ๑๕ ครั้ง ไม่ธรรมดา” เปิดอ่านด้านใน ครั้งที่ ๑๕  พิมพ์เมื่อ มิถุนายน ๒๕๔๓  แสดงว่าหนังสือเล่มนี้อยู่ในชั้นหนังสือโดยไม่ถูกหยิบมาอ่านนานถึง๑๗ปี  ไม่สายที่จะเริ่มอ่าน…

.

.

เมื่ออ่านเรื่อง ‘ตึกกรอสส์’ เรื่องสั้นเรื่องแรกจบลง  ความรู้สึกคือ อยากอยู่เฉยๆ ไม่กระตือรือร้นที่จะเปิดอ่านเรื่องต่อไป

ทุกตัวอักษรไม่ใช่แค่ตัวอักษร  แต่มี ‘จิตวิญญาณของคนเขียนที่ส่งพลังออกมา’  การใช้สำนวนก็เรียบๆ ไม่หวือหวา ทุกประโยคถ่ายทอด ‘ความตั้งใจในกายที่เจ็บป่วยและใจที่เจ็บปวด’ จนรับสัมผัสได้  ยิ่ง ‘ทึ่ง’ เมื่อคิดว่านี่คือเรื่องที่เขียนไว้เมื่อปี ๒๔๙๑  ถูกอ่านในปี ๒๕๖๐ ระยะเวลา ๖๙ ปี  ความเข้มข้นของเรื่องไม่ได้หายไปไหน กลับติดตรึงอยู่กับเรื่องสั้นเรื่องนี้  เปรียบได้กับนักมวยที่มีชั้นเชิงการชกไม่สวิงสวาย มีล่อหลอกบ้าง ต่อยด้วยหัวใจ เน้นเข้าเป้าเก็บคะแนน  ตอนจบของเรื่องเหมือน โดนหมัดสังหาร หมัดเดียว ทรุด  เป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่อยากทำอะไรต่อ อ.อุดากรเขียนเรื่องนี้ในตอนอายุขึ้นเลขสองมาไม่กี่ปี !! …

 

 

ตึกกรอสส์เล่าเรื่องของนักศึกษาแพทย์ชื่อ ‘วิทยา’ ที่กำลังมีอนาคต  แต่ต้องพลิกผันเมื่อพบความจริงที่ปิดบังไว้ อ.อุดากร เขียนบรรยายกาศของสถานที่ที่ใครก็ไม่อยากย่างกรายไว้อย่างหลับตาก็เห็นภาพขึ้นทันที

“ตึกกรอสส์ ตึกเดียวในประเทศไทย ซึ่งสะสมศพดองไว้เป็นสิบในโรงมหึมา ราวกับฮวงซุ้ยของจอมจักรพรรดิโบราณแห่งไอยคุปต์  ตึกระเกะระกะด้วยกระโหลกและกระดูกของมนุษย์ ยืนทะมึนขาวพร่าอยู่ท่ามกลางแสงอร่ามของดวงจันทร์ 

วิทยาก้าวเท้าไปที่โต๊ะชำแหละเบอร์ ๑๑ อย่างเร่งร้อน เปิดไฟเหนือศพ ดึงผ้าคลุมศพผืนใหญ่นั้นออกอย่างแรง  คลายผ้าอาบยาที่พันหน้าและศีรษะนั้นออก   ดึงดวงไฟลงมาจนชิดกับท้ายทอยศพ  ก้มจ้องดูอย่างพินิจพิเคราะห์  เห็นไฝสามเม็ดที่เรียงกันที่ท้ายทอย  ทันใดก็ส่งเสียงร้องแหลมคล้ายสัตว์ที่ได้รับความเจ็บปวด  ผลุนผลันวิ่งออกจากห้องไป   ไม่มีใครเห็นเขาอีกเลย  ไม่มีใครรู้ว่า คืนนั้นวิทยากลับไปที่ตึกกรอสส์ด้วยสาเหตุใด ทุกอย่างเป็นความลับ ๒ ปีต่อมา  วิทยากลับมาที่ ตึกเดิม อีกครั้ง ในช่วงเวลาที่ เจษฎาเพื่อนรักและ วรนาถ คนรักของวิทยากำลังเป็นนักเรียนแพทย์ปี ๓ ส่วนตัวเขากำลังจะตาย…  

เจษฎา กลับหอพัก  ผลักประตูห้องเข้าไป เปิดลิ้นชักหยิบกระดาษสีเทาแผ่นเล็กๆออกมา  เสียง วรนาถดังขึ้นในหัว “เธอยังเก็บมันไว้อยู่อีกหรือ เจษ ทำลายมันเสีย ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเก็บมันไว้  มันควรจะเป็นความลับต่อไป แม้วิทยาจะยินดีให้เปิดเผยก็ตาม”  เจษฎาคลี่กระดาษแผ่นนั้นออก …”

 

อ.อุดากรเป็นใคร  เขียนอะไรได้ขนาดนี้  อยากรู้จักเด็กหนุ่มคนนี้ยิ่ง  ยุคปี ๒๕๖๐ ที่ อากู๋ google พึ่งได้เสมอ ทำให้การหาว่า  อ.อุดากร คือใคร ไม่ใช่เรื่องยากเย็นต้องใช้นักสืบ

 

ในเวปไซต์ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  อ.อุดากร เป็นนามปากกาของนายอุดม  อุดากร เกิดวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2467  จังหวัดนครปฐม  เป็นบุตรชายคนสุดท้อง คนที่ ๗ ของครอบครัวอุดากร   เรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาโรงเรียนประจำจังหวัดอุตรดิตถ์  จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ ที่โรงเรียนเตรียมอุดม ศึกษา สอบเข้าเตรียมแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาวิชาแพทย์ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช  ปลายปีการศึกษาแรกของการเรียนวิชาแพทย์  ล้มป่วยด้วยโรคปอด ต้องพักการเรียนรักษาตัว 2 ปี  เมื่อครบกำหนดอาการยังไม่เป็นปกติ  สุขภาพไม่แข็งแรงพอจะศึกษาต่อได้จึงต้องลาออก เมื่อไม่สามารถเป็นแพทย์ได้สมความตั้งใจ  จึงหันมาเรียนวิชากฎหมาย คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง แม้จะยังเจ็บป่วยอยู่ก็อุตส่าห์หะบากบั่นจนสำเร็จอนุปริญญา 

 หลังจากล้มป่วยต้องลาออกจากการเรียนวิชาแพทย์  อ.อุดากรไม่เพียงเจ็บช้ำทางร่างกาย ยังรวมถึงจิตใจ   เขามีความมุ่งมั่นอย่างสูงสุดที่จะใช้วิชาแพทย์ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติในชนบทที่ยังขาดแคลนหมอ ด้วยเหตุนี้ สิ่งหนึ่งที่เขาจะใช้ถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองได้คือการเขียนหนังสือจึงกลับมาสนใจการเขียนอย่างเอาจริงเอาจัง  จังหวะพอดี พ.ศ.2491  นิตยสารสยามสมัย จัดประกวดเรื่องสั้นโบว์สีฟ้า อ.อุดากรเขียนเรื่องสั้นส่งมา 3 เรื่องคือ ตึกกรอสส์ เกสราลิขิต และชำหนึ่ง ทุกเรื่องได้รับพิจารณาลงพิมพ์ และเรื่องที่ได้รับตัดสินเป็นเรื่องชนะเลิศ ได้แก่ “ตึกกรอสส์”

ความรู้สึกที่เรื่องได้ลงพิมพ์ระบุในจดหมายที่อ.อุดากรเขียนถึง มาลัย ชูพินิจ บรรณาธิการนิตยสารสยามสมัยขณะนั้น คือ

 

“ความปรารถนาของผมก็เท่านั้น ต้องการระบายความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์และบุคคลผู้เป็นเส้นทางชีวิตของมันออกไป เขียนแล้วอ่านดูเองก็รู้สึกพอใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่สุขเท่ากับได้รับการเผยแพร่” เมื่อได้รับความสำเร็จอย่างสูงสุดจากการเริ่มงานเขียนเช่นนั้นทำให้เขามีพลังใจมุมานะเขียนอีกเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ กำลังป่วย ดังที่เขาเขียนไว้ว่า “โรคร้ายเบียดเบียนผมอยู่ตลอดเวลา แต่ผมก็พยายามเขียนต่อไป เพราะว่าชีวิตที่ร่วมอยู่ในโลกการประพันธ์ เป็นชีวิตเดียวที่ทำให้ผมมีชีวาอยู่ได้ในกาลเวลานี้” 

 

ตึกกรอสส์  รวมเรื่องเอกของ อ.อุดากร รวบรวมเรื่องสั้นชิ้นเอกไว้ทั้งหมด ๗ เรื่อง  ได้แก่ ตึกกรอสส์ – ชำหนึ่ง – สยุมพรเหลือหลุมศพ – สัญชาตญาณมืด – บนแผ่นดินไทย – คาร์ล มาร์กซ์ กลิ่นดินปืนและนันทิยา – บนเส้นทางชีวิตสายหนึ่ง

ชั้นเชิงการเล่าเรื่องมีเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร  ฉากจบแต่ละเรื่องมีชั้นเชิงเปี่ยมพลังทั้งสร้างสรรค์และวรรณศิลป์  ทุกตัวอักษรรับรู้ความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งของตัวละคร  เป็นความเจ็บปวดที่ไม่อาจบอกใครได้ เช่นเดียวกับตัวอ.อุดากรเอง ที่ต้องแบกเก็บความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจไว้ในใจ

ในเรื่องสั้นที่รวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้  มี๓ เรื่อง คือ บนแผ่นดินไทย – คาร์ล มาร์กซ์ กลิ่นดินปืนและนันทิยา – บนเส้นทางชีวิตสายหนึ่ง ที่แตกต่างจากเรื่องอื่นก่อนหน้า  สำนวนการเขียนก้าวออกมาจากแนวการเขียนที่เขียนมาตลอด คือ ให้ความสำคัญของอารมณ์มากกว่าเหตุผล สู่ การวิพากษ์สังคมในช่วงเวลานั้น    

 

“ทำไมนะ  ทุกคนจึงไม่คิดบ้างว่า  ที่ดินและทรัพยากรทุกชนิดของประเทศชาติ ก็เช่นเดียวกับแม่น้ำสายนี้  ที่ได้เกิดมาพร้อมกับการอุบัติของโลก แต่กลับถูกยื้อแย่งช่วงชิงไปเป็นกรรมสิทธิ์ของคนหมู่เดียว  แทนที่จะถูกใช้ไปเป็นประโยชน์กับประชาคมส่วนใหญ่ ” จากเรื่อง ‘บนแผ่นดินไทย’

 

๖๙ ปี พลังของตัวอักษรจากอ.อุดากร  ไม่เคยลดพลังจริงๆ  เป็นงานเขียนของคนที่รู้ว่าตัวเองตายได้ในทุกวัน!  แต่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา  ขอกราบคารวะ ‘ความตั้งใจในกายที่เจ็บป่วยและใจที่เจ็บปวด’

อ.อุดากร ถึงแก่กรรมวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2494  รวมเวลาของการใช้ชีวิตบนโลก ๒๗ ปี!!

.

.

หนังสือ : ตึกกรอสส์  รวมเรื่องเอก

ผู้เขียน : อ. อุดากร

สำนักพิมพ์ : สร้างสรรค์บุ๊คส์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *