The Journey of second line : รถไฟชั้นสาม

The Journey of second line : บรรทัดที่ 2 ของชีวิต

ตอนที่ 3 : รถไฟชั้นสาม

 

1

พื้นที่ของตลาดชุมทางสยามยิปซีมีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่น

ตลาดอื่นทั่วไปจะมีพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง สามารถเดินจากจุดเริ่มต้นแล้ววนทั้งตลาดเพื่อกลับมาบรรจบที่จุดเดิม แต่พื้นที่ของสยามยิปซีเป็นเส้นตรงยาวเลียบทางรถไฟ ระยะทางประมาณครึ่งชั่วโมงเท้า ไม่มีทางให้วนกลับจุดเดิม หากอยากกลับมาที่เดิมทางเดียวที่ทำได้คือเดินเป็นเส้นตรงย้อนกลับมา

ระหว่างทาง ร้านขายของจะอยู่ขนาบสองข้างทางเรียงรายกันไป ฝั่งติดริมทางรถไฟจะเป็นพื้นที่โล่ง แบ่งเป็นล็อกให้พ่อค้าแม่ค้าขาจรได้เช่าพื้นที่ขาย ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารหลังสำหรับคนขายที่เช่าแบบประจำ ข้อได้เปรียบของการเช่าประจำคือมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องเทียวเก็บของไปมาทุกวันและสามารถตกแต่งร้านได้ตามใจชอบ

ส่วนการเช่าแบบขาจร จะมีคนจัดการเรื่องล๊อกแล้วคอยบอกว่าเราได้อยู่ตรงไหน ใครมาก่อนก็ได้เปรียบเพราะจะได้อยู่ใกล้ทางเข้าหลักของตลาด ซึ่งหมายความว่าอัตราการขายก็จะสูงกว่า ด้วยมีคนเดินเที่ยวจะขวักไขว่บริเวณตรงนี้เป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นทั้งทางเข้าและทางออกหลักทางเดียวของที่นี่ นอกเหนือจากทางนี้จะมีทางออกเล็กๆ อีกประมาณ 3-4 จุดประปรายกันไป

เดือนแรกของการขาย ผมได้อยู่ใกล้ทางเข้าหลักพอสมควร โดยเริ่มจากเช่าล๊อกช่องเดียว ราคา 50 บาท หน้ากว้างพื้นที่ประมาณรถยนต์ครึ่งคัน แล้วค่อยขยับขยายเป็นสองล๊อกในสัปดาห์หลัง สาเหตุที่ขยายเพราะต้องการเพิ่มพื้นที่การวางหนังสือให้เยอะและได้หลากหลายแนวมากขึ้น อีกทั้งการมีสองล๊อกจะช่วยเสริมการมองเห็นของลูกค้าที่เดินผ่านไปมาได้ดีกว่าล๊อกเดียว

กล่าวคือ ช่วงแรกๆ มีล๊อกเดียวแล้วมีร้านสองฝั่งข้างขนาบข้าง ข้างซ้ายเป็นร้านรองเท้ามือสอง ข้างขวาเป็นร้านขายเสื้อผ้า อีกทั้งร้านทั้งสองมีแผงลอยสูงจากพื้นถึงช่วงราวเอว ทำให้ร้านผมเป็นแอ่งหลุมอยู่ร้านเดียวในบริเวณนั้นที่โดนบดบังจากระยะสายตา ซึ่งการวางที่พื้นก็ผิดจากระยะสายตาอยู่แล้ว การโดนบังสองข้างอีกคงไม่ไหว การมีเพิ่มอีกล๊อกช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้มาก

 

2

เข้าเดือนที่สอง ตำแหน่งร้านของผมมีการเปลี่ยนแปลง จากที่อยู่ฝั่งริมทางรถไฟ ผมเขยิบขึ้นมาอีกหน่อย ได้อยู่พื้นที่ใต้หลังคา ซึ่งมีเพียงตรงนี้ที่มีหลังคาทรงโดม นอกนั้นเป็นพื้นที่กลางแจ้งตลอดทาง

จะว่าดีก็ดี เพราะมีแสงสว่างเพียงพอสำหรับการขายหนังสือ ไม่ต้องเสียค่าไฟอีก(ปกติตลาดเก็บค่าไฟ 10 บาทต่อดวง การอยู่นอกหลังคาร้านผมต้องใช้ไฟอย่างน้อยสองดวง)

จะว่าไม่ดีก็ไม่ดี เพราะตรงที่ผมอยู่คือตลาดสด เป็นพื้นที่เล็กๆ ที่อยู่ภายในสยามยิปซี บริเวณนี้จะขายของสดในตอนเช้าแล้วเริ่มเก็บกวาดตลาดช่วงบ่าย และล้างตลาดช่วงสี่โมงเย็น ก่อนที่เวลาประมาณหกโมงเย็นคนขายของในชุมทางสยามยิปซีจะเริ่มมาถึง จับจองพื้นที่และตั้งร้าน ดังนั้นช่วงหกโมงเย็นเป็นต้นไป ตลาดสดยังคงส่งกลิ่นเหม็นสาบคลุ้งทั่วบริเวณ

รังเกียจ? ไม่หรอก ตลาดสดก็ชอบเดินอยู่ ไม่ได้เดินเป็นแต่ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ถ้าเลือกได้ ไม่ได้ทำอาชีพค้าขายของสดในตลาด ก็ไม่ได้อยากต้องสูดดมกลิ่นนี้ไปตลอดทั้งคืน

ทำใจให้จมูกชินกลิ่นยังพอได้ แต่นอกเหนือเหนือจากกลิ่น แอ่งน้ำขังในตลาด หนูท่อตัวเขื่อง(เกือบเท่าลูกแมว)วิ่งหาอาหารกันจ้าละหวั่น แมลงสาบวิ่งยั้วเยี้ย เจอทุกครั้ง เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร

จากที่เคยเป็นปัญหา แล้วก็ชิน ต้องอยู่กับมัน ทำอะไรไม่ได้ ก้มหน้าทำหามากินต่อไป

 

3

ขายของริมทางรถไฟ เห็นรถไฟวิ่งผ่านจนชินตา เสียงหวูดดังก้องสนั่น เสียงเครื่องจักรบดกับรางเหล็ก เสียงฉึกฉักแบบที่เด็กๆ ชอบเลียนเสียง รถไฟมุ่งหน้าไปที่อื่น ถึงเวลามุ่งกลับสถานี ถ้ารถไฟมีชีวิตมันจะเบื่อไหมที่ชีวิตทำอยู่แค่นี้

จากตำแหน่งร้านที่เดิม บางสัปดาห์ยังคงมีการขยับเขยื้อนนิดหน่อย

ที่เหนื่อย คือทุกล๊อกมีปัญหาเฉพาะหน้าให้แก้ไขอยู่ตลอด มีความไม่แน่นอนทุกสัปดาห์

บางล๊อกกลิ่นจากตลาดรุนแรง(เกินกว่าที่เคยชิน) บางล๊อกน้ำขังจากกันสาดด้านบน น้ำไหลลงมาทีเกือบเก็บหนังสือหนีกันไม่ทัน บางล๊อกน้ำขังอยู่ที่พื้น ต้องหาหนังสือพิมพ์หรือลังกระดาษวางปูชั้นแรกก่อน แล้วค่อยปูผ้าทับลงไป หนักเข้าต้องหาไม้กวาดมาเกลี่ยน้ำให้แห้งก่อนถึงค่อยปูพื้น

มาขายแต่ละครั้งแค่เตรียมของ ขนของ ปูพื้น กางหนังสือ เก็บหนังสือ ขนของกลับก็เหนื่อยพอแล้ว บางวันเจอปัญหาหนักเข้าแทบเป็นบ้า แต่ก็นั่นล่ะ เจอเรื่องหงุดหงิดใจ เริ่มที่ใจก็ต้องจบที่ใจ ตั้งสติแล้วหาทางแก้ไขกันไป

บางวันคิดฝันอยากขยับไปอยู่ตำแหน่งอื่นบ้าง กลับไปอยู่ที่เดิมตากฝุ่นตากลมตากยุงก็ได้ ยอมเสียค่าไฟเพิ่มอีกนิดก็ได้ อย่างน้อยนอกหลังคาอากาศก็ยังปลอดโปร่ง ยังมีกลิ่นพึงประสงค์ให้หายใจกว่านี้ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าที่ข้างนอกก็มีขาประจำอยู่ เรามาทีหลังได้พื้นที่ใกล้ทางเข้าหลักก็ถือว่าดีแล้ว

ตั้งแต่ผันตัวเองมาเป็นพ่อค้า(ผมมั่นใจว่าอย่างนั้น) ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ผมต้องเตรียมของเพื่อมาที่นี่ ขายของตั้งแต่เย็นยันดึก เสร็จแล้วก็กลับบ้าน พักผ่อน เพื่อเริ่มวันใหม่อีกครั้ง เจอปัญหาอีกครั้ง หงุดหงิดอีกครั้ง ตั้งสติเพื่อแก้ไขอีกครั้ง แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม

เบื่อไหมที่ชีวิตทำอยู่แค่นี้ – ครั้งนี้ผมไม่ได้ถามรถไฟ

 

บาสเต็ท
มาโว้ยยย!

บาสเต็ท

นักเขียนไส้เปียก / เจ้าของร้านหนังสือมือสอง The Gypsy Reader
บาสเต็ท
มาโว้ยยย!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *