The Journey of second line : ช่างแม่ง

The Journey of second line : บรรทัดที่ 2 ของชีวิต

ตอนที่ 1 : ช่างแม่ง

 

1

ชุมทางสยามยิปซี ริมทางรถไฟบางซ่อน

ห้าโมงเย็น แดดรำไรกำลังสาดส่อง เมฆสีขาวสว่างเรื่อด้วยแสงสุดท้ายของวัน เป็นเดือนมกราคมที่ร้อนอบอ้าวสิ้นดี ผมยืนเก้กังริมทาง ข้างกายมีกระสอบใบใหญ่สองใบ ด้านในบรรจุหนังสือเก่าน้ำหนักรวมกันราวข้าวสารสิบถุง หันซ้ายขวามองหาคนจัดการเรื่องพื้นที่ เพื่อจะถามว่าตัวเองได้อยู่ตรงไหน อย่างไร เพราะวันนี้ผมจะมาขายของ

ผมกำลังเอาหนังสือของตัวเองมาขาย

ถ้าจะขายอะไรที่ไม่ต้องลงทุน คิดถี่ถ้วนแล้วก็คงไม่พ้นหนังสือ ไม่ต้องซื้ออะไรเลย หยิบจับจากชั้นหนังสือของตัวเอง เล่มไหนอ่านจบแล้วไม่ชอบ บางเล่มเคยรัก แต่วัยวันผ่านไปความชอบในเล่มนั้นจางหาย ก็หยิบมาขาย เจ็บแปลบบ้างที่หนังสือบางส่วนกำลังจะเปลี่ยนมือผู้ถือครอง ในใจคิดอยู่ตลอดว่าของนอกกาย เดี๋ยวก็หาใหม่ได้

ตอนนี้เงินต้องมาก่อน

ถึงเวลามีเงิน อยากบันดาลอะไรให้ตัวเองก็ทำได้ รวมถึงโอกาสในการตามหาหนังสือเหล่านั้นกลับมา

 

2

อาทิตย์คล้อย แดดร่มลมตก ผมเริ่มกางผ้าใบปูที่พื้นสองผืนใหญ่ วางหนังสือโชว์ปกเรียงเป็นแถวให้ดูง่าย อีกส่วนวางซ้อนกันเป็นตั้งโชว์สันปก พอวางหนังสือเต็มผ้าปูทั้งสองผืนก็กางเสื่อปิดท้ายไว้สำหรับให้ตัวเองนั่งขาย เขียนป้ายแบ่งราคาเป็นสองฝั่ง มีฝั่งเล่มละ 40 บาท 3 เล่มหนึ่งร้อยถ้วน กับอีกฝั่งหนังสือลดราคา 50 เปอร์เซ็นต์

หลักการตลาดแรกที่เรียนรู้ คือต้องเขียนป้ายสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจง่าย การจัดหน้าร้านก็มีส่วนสำคัญ บางเล่มที่น่าสนใจก็ควรโชว์ปกให้เห็นชัด เพิ่มการดึงดูดให้ลูกค้ามองเห็นและเข้ามาเลือกหามากขึ้น สลับกับหนังสือโชว์สันที่วางตั้งสูงพอประมาณก็ดูสวยดี

ขายด้วยความรู้สึกว่าต้องขาย ต้องได้เงินมาประทังชีวิตตัวเอง ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีวิตจะไปต่ออย่างไร

 

3

ด้วยสถานการณ์ในชีวิตทำให้ผมต้องมาอยู่ที่นี่ เวลานี้

บางทีชีวิตก็เปลี่ยนแปลงเร็วเกินคาด สัปดาห์ก่อนยังเป็นบาริสต้าอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ก่อนจะโดนไล่ (ในความหมายของคำว่า ‘เชิญ’) ออกโดยไม่รู้ล่วงหน้าก่อน ด้วยเหตุผลว่าทางร้านไม่สามารถจ้างผมได้อีกต่อไป ซึ่งการออกสายฟ้าแลบแบบนี้ทำให้ผมไม่ได้เตรียมตัวและเตรียมใจอะไรสักอย่าง แผนล่วงหน้าในชีวิตยังไม่มี สับสน อับจนหนทาง เหมือนลอยเคว้งคว้างท่ามกลางอวกาศ เงียบ นิ่ง มืดแปดด้าน ชีวิตเสียหลักไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง ไม่รู้หนทางไปต่อ

ให้กลับไปหางานประจำเหรอ? เหอะ งานประจำเข้าเช้าออกเย็นโคตรจะเกลียด ได้ออกมาจากตรงนั้นแล้วถ้าต้องกลับเข้าไปอีกคงบ้าตาย อยากทำฟรีแลนซ์ ตอนนี้มีโอกาสก็ยังไม่มีงานเข้ามา งานไม่มา- เงินไม่มี ทางเลือกมีไม่มากนักสำหรับชีวิตในตอนนี้ เริ่มจากค้าขายก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน

“ทำไมต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้” ชั่วครู่หนึ่งของความคิดเกิดคำถาม

ผมชอบเดินตลาดนัดคนเดินตามที่ต่างๆ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องเปลี่ยนบทบาทจากลูกค้ามาเป็นคนขายแทน ทำไมชีวิตถึงพลิกผันฉับพลันเกินไป หลายวันก่อนนั่งอยู่ในห้องแอร์อยู่ดีๆ มาวันนี้ต้องนั่งตบยุงกลางอากาศร้อนอบอ้าว เหงื่อท่วมตัวเหมือนอาบน้ำ เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะ ทำไมกัน

ก่นด่าโชคชะตาก็ไม่ใช่เรื่อง ผมไม่เชื่ออะไรทำนองนั้น สิ่งที่เกิดก็เป็นบทหนึ่งในชีวิต เกิดขึ้นจากเส้นทางที่เราเลือก เมื่อเลือกแล้วย่อมต้องรับผลที่เกิดขึ้น แม้จะไม่ยุติธรรมต่อตัวเองก็ตาม

ชีวิตห่วย เจอแต่ความเฮงซวย กระนั้น เราก็ยังคงอยู่ตรงนี้ ที่นี่ เวลานี้ ไม่ได้หายไปไหน ยังหายใจอยู่

จะเป็นผู้แพ้หรือชนะ โลกก็ยังคงหมุนของมันอย่างไม่แยแสใคร

บางทีความเฮงซวยก็สอนให้เราเข้าใจโลก เข้าใจคน เข้าใจชีวิต เพื่อรู้ว่าบางทีเราไม่ต้องเข้าใจแม่งไปหมดซะทุกอย่างหรอก

 

4

จบวันแรก ผมขายได้ประมาณ 2,000 กว่าบาท นับเป็นเงินก้อนแรกจากการค้าขาย หนังสือร่อยหรออย่างเห็นชัด หลายเล่มคงได้เจ้าของที่ดีที่ดูแลมันได้มากกว่าผม

ความจริงการได้ขายหนังสือมือสองคือแพลนหนึ่งในชีวิตที่ผมอยากทำ เพียงแต่ยังไม่มีความพร้อม เพราะการขายหนังสืออย่างน้อยก็ควรจะมีประสบการณ์เรื่องการตั้งราคาหรือแหล่งหาซื้อหนังสือเพื่อมาจำหน่ายต่อ ไหนจะทุนทำร้าน ความเสี่ยงจากการออกมาจากเซฟโซน ซึ่งนั่นทำให้ชีวิตผมคงอยู่ในระบบมาตลอด

ผมชอบการเสาะหาหนังสือเก่าที่ไม่เคยคุ้น หรือจะเป็นเวลาได้เจอหนังสือที่เรารู้จักแต่ปีพิมพ์และหน้าปกไม่เหมือนเล่มพิมพ์ในปัจจุบัน รวมถึงการหาหนังสือดี(ในความหมายของผมเอง)เพื่อส่งต่อให้คนอื่นได้อ่าน ทำให้หนังสือบางเล่มได้มีตัวตนและทำหน้าที่ของมัน

แล้วเงินสองพันก้อนแรกก็นำพาให้ผมได้มีเส้นทางของตัวเอง เส้นทางที่แผ้วถางด้วยประสบการณ์เลวร้ายและแสนดีที่ผ่านเข้ามา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็แค่ทำให้ผมเริ่ม ‘ใช้ชีวิต’ เร็วขึ้น เท่านั้นเอง

—————————————

ปล.ภาพ Cover ไม่ใช่วันแรกที่ขาย(วันแรกๆ ขายอย่างเดียว ไม่ได้ถ่ายภาพไว้เลย) รายละเอียดเรื่องการตั้งราคาอาจต่างกัน แต่โดยรวม วิธีการขาย ขั้นตอนการวางหน้าร้านยังคล้ายเดิมทุกประการ

บาสเต็ท
มาโว้ยยย!

บาสเต็ท

นักเขียนไส้เปียก / เจ้าของร้านหนังสือมือสอง The Gypsy Reader
บาสเต็ท
มาโว้ยยย!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *