The Battleship Island ถ้าคุณเคยหลงรัก Train to Busan คุณจะหลงรักหนังเรื่องนี้

“น่าแปลก”

คือคำพูดที่แวบเข้ามาในหัวเป็นอย่างแรกหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ

ทั้งๆที่เมื่อเทียบกับ Train to Busan (ที่ดังมากในเมืองไทย จนเกิดกระแสว่าเป็นหนังเกาหลีระดับ Hollywood ที่ทุกคนไม่ควรพลาด) หนังเรื่องนี้สามารถยืนเทียบชั้นเคียงข้างได้อย่างภาคภูมิเลยทีเดียว การันตีด้วยยอดจองบัตรชมภาพยนตร์ล่วงหน้าที่เกาหลี The Battleship Island ทำคะแนนทิ้งห่าง Train to Busan ไปอย่างไม่เห็นฝุ่นด้วยยอดจอง 179,553 คน (Train to Busan อยู่ที่ 74,000 คน) แต่ทำไมเมื่อพูดชื่อหนังเรื่องนี้ เพื่อนคนไทยหลายๆคนกลับไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินมาก่อน

 

————————————-

 

เริ่มที่นักแสดงนำ–ถ้า Train to Busan มีอปป้าสุดฮอตอย่างกงยู

Photo from >> http://www.geekypinas.com/2017/01/train-to-busan-is-now-available-for-streaming-via-ilfix.html

ขอบอกว่าเรื่องนี้ก็ไม่ยอมแพ้ ขนมาถึงสองคน ทั้ง ซง จุงกิ ขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ที่เพิ่งทำให้อกหักกันไปหมาดๆหลังจากประกาศแต่งงานกับนางเอกสุดสวย ซอง เฮเคียว นอกจากนั้นยังมี โซ จิซบ อปป้ารุ่นใหญ่ที่โด่งดังอย่างมากจากซีรีส์เรื่อง Oh My Venus มารับบทนักแสดงนำร่วมกันอีกต่างหาก

Photo from >> https://www.kapanlagi.com/showbiz/asian-star/song-joong-ki-38-so-ji-sub-mulai-syuting-battleship-island-754024.html

ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้

ถ้าใครเคยประทับใจบทบาทการแสดงของสาวน้อย คิม ซูอัน หนึ่งในนักแสดงนำจาก Train to Busan มาแล้ว คราวนี้เธอกลับมารับบทบาทนักแสดงนำอีกครั้ง

Photo from >> http://thatmomentin.com/2016/08/03/train-busan-2016-review/

ด้วยวัยที่โตขึ้น ทำให้คิม ซูอันได้บทที่ท้าทายความสามารถมากขึ้น ในเรื่องนี้เธอต้องทั้งร้องเพลง ทั้งเต้น ทั้งยิ้ม ร้องไห้ และต่อสู้ ซึ่งฝีมือการแสดงของเธอนั้นเรียกได้ว่าไร้ที่ติ เคยฝากผลงานประทับใจไว้ใน Train to Busan อย่างไร รับรองว่าเรื่องนี้เธอจะทำให้คนดูชื่นชมและหลงรักเธอมากไปกว่าเดิม

Photo from >> http://my.castko.com/archives/17348

 

————————————-

 

ถัดจากนักแสดง ต่อไปก็คงหนีไม่พ้นเรื่องบท ชื่อเรื่อง “The Battleship Island” ตั้งมาจากชื่อเกาะ “The Battleship ” หรือ ที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อ ‘เกาะฮาชิมะ’ ที่เคยเป็นฉากถ่ายทำหนังดังของญี่ปุ่นอย่าง ‘Battle Royale เกมนรกโรงเรียนพันธุ์โหด’

Photo from >> https://www.dek-d.com/board/view/3076946/

เกาะฮาชิมะนี้ห่างจากเมืองนางาซากิที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูเพียงแค่ 15 กิโลเมตร  เมื่อมองจากด้านบน มีรูปร่างเหมือนเรือรบขนาดใหญ่ที่ลอยลำอยู่กลางทะเล จึงเป็นที่มาของชื่อเกาะว่า ‘Battleship’ นั่นเอง ปัจจุบันนี้ถือเป็นเกาะร้างของประเทศญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยเสียงเล่าลือว่าเป็นเกาะอาถรรพ์หรือมีวิญญาณอาศัยอยู่ แต่ความจริงแล้วสมัยก่อน เกาะนี้เคยมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น และเจริญถึงขนาดมีโรงเรียน โรงพยาบาล โรงแรมตั้งอยู่ภายในเกาะ

สาเหตุที่มีชุมชนขนาดใหญ่อาศัยอยู่ เป็นเพราะบริษัทเอกชนชื่อ มิตซูบิชิ นำเงินมาลงทุนพัฒนาเนื่องจากเห็นแววว่าเกาะนี้จะสามารถทำรายได้ให้อย่างมหาศาลจากการทำเหมืองถ่านหินซึ่งเป็นพลังงานสำคัญสมัยก่อน แต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เกาะนี้เปรียบเสมือนเป็นฝันร้ายของเชลยศึกชาวจีนและเกาหลีที่ถูกทหารญี่ปุ่นจับและเกณฑ์มาใช้แรงงานอย่างทารุณ ป่าเถื่อน ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงหรือเด็ก

 

หนังเรื่องนี้สร้างมาจากเค้าโครงเรื่องจริง ของเชลยชาวเกาหลีที่ถูกทหารญี่ปุ่นกดขี่และพยายามหลบหนีออกมาจากเกาะ แต่ในขณะวางแผน ญี่ปุ่นเกิดเพลี่ยงพล้ำสงครามและมีแนวโน้มว่าจะพ่ายแพ้ให้กับอเมริกา

 

อารมณ์โดยรวมของหนังจะชวนให้รู้สึกเศร้าและหดหู่ เพราะสงครามทำให้ทุกคนสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินไม่ต่างกันทั้งฝ่ายแพ้และฝ่ายชนะ แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น หนังเรื่องนี้ก็ยังคงความมันส์ ความสนุกตื่นเต้นจนทำให้ลืมหายใจ จิกมืออยู่หลายฉาก เรียกได้ว่ามีอารมณ์ครบรส บทดี นักแสดงเล่นดี จนไม่มีเหตุผลที่จะไม่ไปดูเลยก็ว่าได้

 

————————————-

 

สำหรับเราเอง เรารู้สึกเหมือนหนังเรื่องนี้มาเติมเต็มเรื่องราวบางอย่างในใจ เราเป็นคนที่อินกับเรื่องสงครามโลกครั้งที่สองเป็นพิเศษอยู่แล้ว เนื่องมาจากตอนเด็กๆเคยอ่านหนังสือเรื่อง ‘เด็กหญิงอีดะ’ วรรณกรรมแปลจากประเทศญี่ปุ่นของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ กล่าวถึงเรื่องราวของเก้าอี้พูดได้ที่ยังคงรอคอย ‘อีดะ’ เด็กหญิงที่เป็นเจ้าของเก้าอี้ตัวนี้ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานถึงสิบปีก็ตาม ซึ่งมารู้ทีหลังว่าคนในบ้านหลังนั้นหายสาบสูญไปทั้งครอบครัวในวันที่อเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูลงที่ฮิโรชิมา 

เมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อย เราก็ได้อ่าน ‘บันทึกลับของแอน แฟรงค์’ ที่กล่าวถึงเรื่องราวของเด็กหญิงชาวยิว ที่ต้องหลบซ่อนอยู่ในห้องลับเพื่อหนีการตามล่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวของทหารนาซีในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ถึงแม้ว่าเธอจะหนีรอดอยู่ได้ถึงสองปีแต่สุดท้ายก็ถูกจับ ทหารส่งตัวเธอไปที่ค่ายกักกันและเธอก็เสียชีวิตที่นั่นหลังจากนั้นเพียงไม่นาน ทิ้งไว้ก็แต่สมุดบันทึกที่บันทึกเรื่องราว ความรู้สึกต่างๆตลอดระยะเวลาสองปีที่แอน แฟรงค์ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ

หลังจากนั้นก็ได้มาอ่านหนังสือที่ชอบมากอีกเล่มหนึ่ง นั่นก็คือ ‘โต๊ะโตะจังเด็กหญิงข้างหน้าต่าง’ หลายๆคนอาจเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ กล่าวถึงเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นที่มีชีวิตอยู่ในยุคสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ถึงแม้สงครามจะจบลงไปแล้ว แต่ก็ทิ้งร่องรอยความโศกเศร้าไว้ให้กับคนญี่ปุ่นอย่างมาก

นี่เป็นสาเหตุที่เราอินกับสงครามโลกครั้งที่สอง หนังสือสามเล่มโปรดที่ได้อ่านในแต่ละช่วงวัยของชีวิต ต่างกล่าวถึงชีวิตของเด็กหญิงสามคน ที่ถึงแม้พวกเธอจะมีเชื้อชาติไม่เหมือนกัน อยู่กันคนละสถานที่ คนละช่วงเวลา ทั้งในช่วงสงครามตอนต้น สงครามตอนปลาย หรือแม้แต่หลังสงครามก็ตาม พวกเธอล้วนได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งนี้ไม่ต่างกันและต่างก็ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในมุมมองของตนเอง

.

.

การที่ได้มาดูหนังเรื่องนี้ เสมือนว่าเราได้รับรู้มุมมองของเด็กหญิงอีกคนหนึ่ง ผ่านบทบาทของคิม ซูอัน นึกภาพออกเลยว่าขณะที่ อีดะ ได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา และ แอน แฟรงค์ กำลังถูกจับเป็นเชลยอยู่ในค่ายกักกันชาวยิว ยังมีเด็กหญิงชาวเกาหลีตัวเล็กๆอีกคนที่ถูกจับมาเป็นเชลยและถูกใช้แรงงานอยู่บนเกาะฮาชิมะแห่งนี้

.

.

ไม่รับประกันว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้คนดูเสียน้ำตาหรือเปล่า (ถึงแม้จะได้ยินเสียงสะอื้นของคนในโรงก็ตาม) แต่ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้ทิ้งมวลความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจเรามากมายหลังดูจบ เป็นความรู้สึกหนักอึ้งแบบที่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นบนโลกนี้อีกแล้ว

.

.

เพราะ สงคราม ไม่เคยส่งผลดีกับใครเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.