Thank God it’s Monday : เพราะทุกวันจันทร์คือวันประจำของมนุษย์เงินเดือน

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้มากกว่า 5 ครั้ง…

ครั้งแรก อ่านเพราะว่าต้องเขียนคำนิยม
ครั้งที่สอง อ่านหลังจากแก้ไขใหม่ เลยต้องอ่านใหม่เพื่อเขียนคำนิยม
ครั้งที่สาม สี่ และห้า ผมนั่งอ่านมันบนเครื่องบินตลอดการเดินทาง

ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ
เครื่องมันดีเลย์และผมมีหนังสือติดตัวไปแค่เล่มเดียว #ผ่างงงง

Thank God it’ monday ขอบคุณที่โลกนี้มีงานประจำ เป็นหนังสือที่ออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเป็นช่วงที่กระแสของ “งานไม่ประจำ” ค่อนข้างซาลงไป อาจเป็นจะเพราะคนสำเร็จจากงานไม่ประจำเหล่านี้ไม่ว่างมาเขียนสอนเนื้อหาต่อ หรือว่าพิษเศรษฐกิจทำหน้าที่ถอดถอนความฝันของพวกเขาออกไป อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน

ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ชื่อ “อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์” หรือ “พี่รุตม์” หนึ่งในตัวแทนของคนทำงานประจำที่จะมาบอกกับเราว่าคนเราสามารถมีความสุขกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนได้ ถ้าเรามีความเชื่อที่ถูกต้อง และรู้จักเครื่องมือในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดที่รวบรวมมาจากบล็อก ANONTAWONG’S MUSINGS ที่ให้ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดการใช้ชีวิตและพัฒนาตัวเอง ร่วมกับการจัดเรียงเขียนใหม่ ออกมาเป็นหนังสือเล่มเหลืองสดใสเล่มนี้นั่นเอง

พรี่หนอมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนใคร แถมยังได้มาเขียนคำนิยมให้ด้วย เนื่องจากรู้จักกับพี่ปิ๊ก เจ้าของเพจ Trick of The Trade และเจ้าของสำนักพิมพ์อะไรเอ่ย ที่รับหน้าที่ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ดังนั้นพรี่หนอมเลยได้โอกาสมาเขียนคำนิยมด้วยความสนุกสนานในใจ ฮ่าๆ (หัวเราะทำไมวะ)

หลังจากเขียนคำนิยมหนังสือเสร็จ พรี่หนอมก็มีโอกาสรู้จักเป็นการส่วนตัวกับพี่รุตม์อีกต่างหาก นอกเหนือจากติดตามแกผ่านบล็อกและผลงานหนังสือ ทำให้รู้สึกว่า แกเป็นคนเขียนหนังสือ “จริง” คนหนึ่ง อ่า หมายถึงว่า ตัวตนที่แกเขียนกับตัวตนที่แกเป็นนั้นไม่ต่างกัน ไม่ใช่แนวนักเขียนฮาวทูสร้างภาพแล้วตัวจริงยังกากไม่ได้เรื่องอะไรแบบนั้นแหล่ะครับ

 

เอางี้… ถ้าอยากอ่านเวอร์ชั่นอวยกันเอง และสวยงาม สามารถอ่านได้ตรงเนื้อหาส่วนล่างสุดครับ ข้ามตรงกลางไปได้เลย แต่ถ้าอยากอ่านส่วนที่ไม่ได้เขียนไปในคำนิยม ลองค่อยๆบรรจงอ่านตัวอักษรหลังจากบรรทัดนี้ดูละกันครับ

 

พรี่หนอมแบ่งหนังสือเล่มนี้ออกเป็น 3 ส่วน
คือ ตอบโต้ ปรับทัศนคติ และ แนะนำเครื่องมือจัดการชีวิต…

.

ส่วนแรก คือ การตอบโต้ ถ้าใครเป็นมนุษย์เงินเดือนแล้วได้อ่าน คงจะรู้สึกดีว่าการถูกเหยียดหยามในการทำงานประจำนั้นมันช่างดูกลวงเปล่าเสียเหลือเกิน คนทุกคนมีคุณค่าในตัวเองได้ แต่อยู่ที่ว่าคุณจะมองในมุมไหน

แน่นอนว่าพี่รุตม์แกไม่ได้เขียนตอบโต้เหมือนที๋โดนเหยียด แต่แกเสียบกลับด้วยเหตุผลแบบผู้ดีที่ทำให้คนรู้สึกว่า เออจริงๆ งานประจำมันก็มีข้อดีอะไรหลายอย่างของมันเหมือนกันนะ  

ส่วนตัวแล้วพรี่หนอมคิดว่าระหว่าง “งานประจำ” กับ “งานไม่ประจำ” มันไม่ได้แตกต่างกัน ถ้าตราบใดถ้าหากมันยังหาเงินมาให้คณมีชีวิตรอดในแต่ละเดือนได้ ก็อย่าไปเสือก เอ้ย อย่าไปสนใจเลยว่าใครจะทำงานอะไรแบบไหน เอาเป็นว่าขอให้เราน่ะ มีความสุขกับการทำงานและไม่ทำงานที่ผิดกฎหมายก็พอแล้ว

.

ส่วนที่สอง คือ การปรับจูนทัศนคติในการทำงาน ซึ่งมนุษย์เงินเดือนควรอ่านไว้เพื่อใช้ในการปรับอะไรหลายๆอย่างที่เราควรจะมี เพราะถ้าหากเราคิดว่างานประจำเนี่ยมันเป็นงานที่เรารักแล้ว สิ่งที่เราควรทำคือการพัฒนาตัวเองให้มีคุณค่าเทียบเท่ากับสิ่งที่เรารัก เราจะได้รักกันตลอดไป (เอ๊ะ นี่มันเรื่องงานหรือเรื่องอะไรกันแน่วะ)

.

และส่วนสุดท้าย คือ เครื่องมือต่างๆ โดยจะมีตั้งแต่เรื่องของแนวคิดจากหนังสือ How To หลายเล่มที่ถูกคัดสรรบีบคั้นมาให้เหลือแต่เนื้อแบบเจ้มจ้น  ผนวกกับประสบการณ์และมุมมองของพี่รุตม์ รวมถึงวิธีการวางแผนจัดการทำงานยังไงให้เป็นมนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ และจบลงตรงที่การปรับจูนทัศนคติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการทำงาน

พรี่หนอมคิดว่าข้อดีของหนังสือเล่มนี้คือ การรวบรวม คัดสรร และแนะนำวิธีการ โดยบวกกับประสบการณ์ที่จริงของตัวผู้เขียนเอง ทำให้อ่านแล้วอินได้ไม่ยาก 

แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากใครอ่านหนังสือ How To เยอะในระดับหนึ่ง น่าจะมองไปว่า สิ่งที่เราต้องทำคือการเลือกใช้วิธีให้เหมาะกับจริตของเรา นั่นแปลว่าสิ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้จะต้องถูกคัดเลือกโดยคนอ่านอีกทีหนึ่งว่า วิธีไหนเวิร์ค วิธีไหนไม่เวิร์คกับตัวของเขา และนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับการทำงานและการใช้ชีวิต 

หลังจากจบครั้งที่ 5 พรี่หนอมได้อ่านวนไปวนมาก่อนเครื่องบินจะลงจอดที่สนามบิน แล้วก็คิดในใจว่า ไม่ว่าอาชีพอะไรก็มีข้อดีทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเราเลือกจะมองมันแบบกดหัวคนอื่น หรือชื่นชมในสิ่งที่เราเป็น

เห็นเหมือนกันไหมครับผม…

 

———————————————

 

จุดเด่น

– อ่านแล้วเหมือนได้อ่านหนังสือ How To หลายเล่มรวมกัน
– เรืองบางเรืองสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตจริงได้

 

จุดด้อย

– สำหรับคอ How To บางส่วนของเนื้อหา อาจจะเคยได้อ่านจากที่อื่น
– อาจจะมีปัญหาในการทำหลักการมาปรับใช้จริงสำหรับบางคน

 

หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร

– มนุษย์เงินเดือนที่อยากพัฒนาตัวเอง
– คนที่คิดว่าตัวเองด้อยค่า ไร้ราคา เหนื่อยหน่ายชีวิต
– คนที่คิดจะเลิกเป็นมนุษย์เงินเดือน

 

หนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะกับใคร

– คนที่เกลียดงานประจำแบบสุดใจ
– คนที่คิดจะทำงานเช้าชามเย็นชามปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ
– คนที่ไม่ชอบสีเหลือง

 

 

ไม่มีบทสรุปหลังจาก #พรี่หนอมอ่าน แต่ฝากคำนิยมให้อ่านกัน

.

ขอสารภาพว่า หลังจากที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบลง
ผมรู้สึกกลับมาภาคภูมิใจในอาชีพ “มนุษย์เงินเดือน” อีกครั้ง!

นึกขึ้นมาแล้วก็สงสัยเหลือเกินครับว่า
เมื่อไรกันนะ ที่มนุษย์เงินเดือน
กลายเป็นอาชีพที่ดู “ไม่เท่” “ไม่คูล” และดูไม่มีอะไร

คำพูดที่พ่อแม่พร่ำสอนให้เราหางานที่มั่นคงทำ
กลับกลายเป็นเรื่องที่ล้าสมัยและไร้สาระไปเสียแล้ว

เอาเข้าจริง มนุษย์เงินเดือนเป็นอาชีพที่สำคัญมากๆนะครับ
เพราะต่อให้จะมีอะไรหลายอย่างมาทดแทนคน

แต่มันยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถทดแทนได้เช่นกัน

.

สิ่งที่ผมชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้ อยู่ที่การถ่ายทอดของผู้เขียน
เขาไม่ได้บอกว่ามนุษย์เงินเดือนนั้นเหนือกว่าอาชีพอื่น
แต่เขาบอกว่าเราจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีคุณค่าได้อย่างไร

.

ผมเชื่อว่า เครื่องมือ วิธีการ และแนวคิดดีๆ ในหนังสือเล่มนี้
หากนำมาปรับใช้ให้เข้ากับ “จริต” ของการทำงานของแต่ละคน
ย่อมจะช่วยให้ผู้อ่านสัมฤทธิ์ผลที่หวังไว้ไม่มากก็น้อย

ถ้าถามผมว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร
ผมคิดว่าเหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคน
โดยเฉพาะคนที่กำลังสับสนว่าจะลาออกจากงานดีไหม?

.

เพราะหนังสือเล่มนี้จะทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้ง
ว่าเราควรลาออกไปทำสิ่งที่รัก หรือ เราควรรักสิ่งที่เราทำ

อ่านหนังสือเล่มนี้จบเมื่อไร
… ได้คำตอบแน่นอนครับ

.

.

หนังสือ : THANK GOD IT’S MONDAY ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประ จำ

ผู้เขียน : อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์

สำนักพิมพ์ : อะไรเอ่ย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *