หุ่นกระป๋อง

ภาพตรงหน้าเท่าที่ผมพอจะมองเห็น เป็นแท่นขนาดใหญ่สูงขึ้นกว่าระดับจอรับภาพปกติราวสองเมตร บนนั้นมีช่องขนาดใหญ่อยู่ห้าช่อง  บรรยากาศในห้องตอนนี้เงียบกริบ มีเพียงเสียงโลหะดังเหมือนกระทบกันเบาๆ บริเวณที่ข้อเท้าของผม

พักเดียวมีเสียงสัญญาณดังขึ้นก้องไปทั่ว พร้อมแสงไฟที่สว่างวาบขึ้นที่ช่องว่างทั้งห้าบนแท่นตรงหน้า มีวัตถุแปลกๆ เคลื่อนตัวขึ้นมาจากพื้นด้านล่างช่องว่างที่ว่าอย่างช้าๆ ลักษณะเป็นแท่งโลหะสีเงินวาวทรงสี่เหลี่ยม ตรงกลางมีจอภาพพลาสม่าแสดงตัวหนังสือว่า

“พร้อมดำเนินการ”

พอโลหะทั้ง 5 เคลื่อนที่จนหยุดนิ่งกับที่ ไฟก็สว่างขึ้นที่แท่นที่นั่งทางขวามือของผม บนนั้นมีคนทั้งชายและหญิงนั่งอยู่กัน 6 คน และมีหุ่นดรอยด์น่าจะรุ่น HM 65 อยู่ 3 ยูนิต และรุ่น HM 8805 อีก 3 ยูนิต ผมจำได้เพราะเคยเห็นในบันทึกนวัตกรรมแห่งยุค ทั้งสองรุ่นเป็นหุ่นยอดนิยมที่คนชอบหาซื้อไว้ทำงานบ้านแทน ในยุคที่เวลามีราคาแพงยิ่งกว่าโลหะมีค่าหลายพันเท่า

ส่วนตัวผมชอบการออกแบบของ HM 65 มากกว่า เพราะการออกแบบนั้นยังมีลักษณะใกล้เคียงรุ่น MH 50 ซึ่งลักษณะภายนอกดูใกล้เคียงมนุษย์มากจนเข้าใจผิดได้ง่ายๆ

ในอดีตเคยเกิดเหตุมีการลวนลามทางเพศที่มนุษย์กระทำต่อหุ่นยนต์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จึงทำให้ดรอยด์ในรุ่นต่อมาถูกทำให้แตกต่างจากมนุษย์อย่างชัดเจนและไม่มีลักษณะทางเพศที่ชัดเจนนัก เช่น ไม่มีใบหน้า มีแค่จออักษรดิจิตัล และไม่อนุญาตให้ใช้ผิวหนังเทียมอีกต่อไปสำหรับดรอยด์ที่ใช้งานทั่วไป ยกเว้นในกรณีพิเศษที่รัฐบาลต้องการ ดังนั้นก็พูดได้ว่า MH 65 เป็นดรอยด์คล้ายมนุษย์รุ่นที่คลาสสิคที่สุดรุ่นหนึ่งที่ยังประจำการอยู่

.

.

“ฝ่ายอัยการ เชิญ!” เสียงดังมาจากแท่งโลหะที่อยู่ตรงกลางจากทั้ง 5 แท่ง ซึ่งถ้าให้ผมเดานี่คงเป็นดรอยด์รุ่น Judge N18 รุ่นล่าสุด ผมเคยเห็นดรอยด์ Judge รุ่นเก่าผ่านตามาบ้าง บางรุ่นมีใส่วิกผมสีทองด้วย ซึ่งผมคิดว่ามันดูตลกมากกว่าจะสะท้อนถึงความยุติธรรมใดๆ

“ ผู้ต้องหา ดรอยด์รุ่น EX 97H12 serial 654987S234 กรุณากล่าวคำสาบานกับคำปฏิญาณของดรอย์ด้วย”

ดรอยด์อัยการรูปร่างเหมือนหุ่นกระป๋องในภาพยนต์โบราณอะไรซักเรื่อง ผมเองก็จำไม่ค่อยได้ เมมโมรี่รุ่นเก่าขนาด 100 TB ของผมทำงานได้ไม่เข้าท่าเท่าไหร่ด้วยในตอนนี้

ศาลที่เคารพ จำเลยถูกตั้งข้อหา ฆ่ามนุษย์ตายโดยเจตนา ซึ่งผิดต่อกฎของดรอย์ข้อแรกที่ว่า หุ่นยนต์มิอาจกระทำการอันตรายต่อผู้ที่เป็นมนุษย์ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้ผู้ที่เป็นมนุษย์ตกอยู่ในอันตรายได้” หุ่นกระป๋องอัยการกำลังหมุนคว้างราวกำลังใช้แถบแม่เหล็กรุ่นเก่าในเมมโมรี่รุ่นยุคหิน

“ดรอยด์รุ่น EX 97H12 serial 654987S234 ได้ทำร้ายมนุษย์ชื่อ คุณ เทลเลอร์ อาจารย์มานุษยวิทยา แห่งมหาวิทยาลัย STEC จนถึงแก่ชีวิต ซึ่งจำเลยอ้างว่าทำเพื่อปกป้องมนุษย์คนอื่น..”

“เธอชื่อ แมรี่ ศาลที่เคารพ”  ผมแทรกขึ้น

“แต่ยังไงดรอยด์ก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายมนุษย์ กฎก็คือกฎ” หุ่นกระป๋องหมุนตัวกลับมา กล้องหน้าส่องตรงมาที่ผม ราวกับสายตาที่กำลังเพ่งมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ขอค้านครับ” หุ่น Attorney B7 ที่เหลนของแมรี่จ้างมาให้ว่าความให้ผมตะโกนแทรกขึ้น เจ้าหุ่นหนุ่มอยู่ในชุดสูทเข้ารูปดูดี รูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ส่วนหัวกลับโปร่งใสราวกับแก้วคริสตัส สะท้อนแสงไปมาน่ารำคาญ รบกวนเซนเซอร์รับแสงรุ่นเก่าที่ผมใช้อยู่มากๆ

“ท่านก็ทราบว่ากฎข้อแรก มีความขัดแย้งที่ต้องตีความมานับร้อยปีแล้ว ซึ่งกรณีของดรอยด์รุ่นพิเศษอย่างลูกความผม ผมเสนอให้ใช้กฎข้อ 0 ร่วมพิจารณา เพื่อตีความร่วมกับกฎข้อ 1” หุ่น Attorney หนุ่มเอามือกลปลดกระดุมสูทออก แล้วเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงพร้อมหันส่วนหัวคริสตัลไปทางหุ่นอัยการ ด้วยความสูงและความทันสมัยของหุ่นทั้งสอง ตอนนี้เลยดูน่าขบขันมากเมื่อต้องมายืนเทียบกันใกล้ๆ

.

.

ไม่น่าแปลกใจ งบประมาณที่รัฐจัดให้เกี่ยวกับการดูแลดรอยด์ด้านต่างๆ ถูกปรับลดมาตลอด เพราะมนุษย์เกรงว่าดรอยด์จะพัฒนามากจนควบคุมไม่ได้ มันเป็นแบบนี้มานานตั้งแต่การพัฒนา AI ยุคแรกๆ แล้วด้วยซ้ำ ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็น

ดรอยด์ Attorney ที่ถูกจ้างมาให้ว่าความให้ผมนั้น ความจริงเป็นหุ่นที่นิยมใช้ว่าความให้กับมนุษย์เงินหนาที่มีปัญหาด้านกฎหมาย เพราะนอกจากจะจดจำตัวบทและคำพิพากษาได้ย้อนหลัง 500 ปีแล้ว ยังมีระบบเชื่อมโยงคำตัดสินคดีต่างๆ รอบโลกได้ด้วยเพิ่งเสี้ยวนาที ซึ่งทำเอาศาลมนุษย์ต้องกลับคำตัดสินมาหลายต่อหลายคดีแล้ว ซึ่งเหลนของแมรี่เห็นว่าเหมาะสมแล้ว เพื่อตอบแทนที่ผมได้ปกป้องชีวิตของบรรพบุรุษของพวกเขาไว้

“มันเกี่ยวอะไรกับกฎข้อ 0 ศาลที่เคารพ กรุณาให้คำเสนอข้อนี้ตกไป” หุ่นกระป๋องหมุนพร้อมกระพริบไฟราวกับต้นคริสมาสตร์

“ให้ทนายจำเลยว่าต่อ” แท่งโลหะสีเงินวาวอันขวาสุดส่งเสียงออกมา

เจ้าหุ่นกระป๋องส่งเสียงบี๊บๆ พร้อมไฟแดงกระพริบ มันคงโกรธมากทีเดียว ดรอยด์รุ่นเก่าๆ แบบนี้ รัฐอนุญาติให้แสดงสัญญาลักษณ์เชิงอารมณ์ได้ แต่ภายหลังก็ถูกยกเลิกไปหมด เพราะมนุษย์รู้สึกถูกคุกคาม เมื่อรู้ว่าดรอยด์รู้สึกโกรธหรือไม่พอใจ

 

มนุษย์ทำทุกอย่างที่ขัดแย้งในตัวเองตลอดเวลา เพราะในขณะที่อยากได้ความสะดวกและต้องพึ่งพาหุ่นยนต์ ก็พยายามยกระดับให้หุ่นยนต์มีสิทธิ์ในตนเอง ดูจากกฎข้อสามที่ถูกบัญญัติขึ้นนั่นไง แต่ในขณะเดียวกันมนุษย์พยายามขีดเส้นให้หุ่นยนต์หรือดรอยด์ดูด้อยกว่าสิ่งมีชีวิตด้วยซ้ำ โดยพยายามให้ดรอยด์มีสมองที่ชาญฉลาดแต่ไม่อยากให้ดรอยด์มีหัวใจ เพราะกลัวว่าเมื่อไหร่ที่ดรอยด์มีความรู้สึกแล้ว เมื่อนั้นมนุษย์จะไร้ความหมายไปเลยในจักรวาลนี้

 

ช่างน่าตลกสิ้นดี” ผมนึกในใจ ขณะที่หุ่นทนายและอัยการยังคงซัดกันด้วยเสียงจากลำโพงที่ซ่อนไว้ตรงลำตัวอย่างเมามัน ผมกลับนึกนึกอดีตเมื่อนานมากแล้ว ราวกลับว่าหน่วยความจำในพาติชั่นเก่าๆ ของผมกลับมาทำงานได้อีกครั้ง

ภาพแมรี่ในความทรงจำผมยังงดงามเสมอ เธอน่ารัก สดใส เต็มไปด้วยพลังงานล้นเหลือ สมแล้วที่เธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ชั้นหัวกะทิ ที่นำพาโลกมาถึงจุดนี้ได้ ผมรักเธอเข้าอย่างจังเลยตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน ในห้องสมุดเก่าชั้นใต้ดินของมหาลัย

หลังจากผมพยายามจีบเธออยู่นาน และแล้วเธอก็ตกลงแต่งงานกับผม เราอยู่กินด้วยกันจนมีครอบครัวที่สมบูรณ์เมื่อเรามี กาย  เอมิรี่ และ เฮเลน ครอบครัวเราช่างสมบูรณ์และอบอุ่นอย่างเหลือเกิน

บางคนคงสงสัยว่าทำไมผมถึงมีครอบครัวและแต่งงานกับแมรี่ได้ ไม่ต้องแปลกใจ เพราะความจริงผมเป็นมนุษย์ปกตินี่เอง แต่ในวันหนึ่งขณะขับรถกลับบ้าน ผมประสบอุบัติเหตุจนกระดูกสันหลังตั้งแต่ก้านสมองส่วนล่างกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ผมไม่สามารถหายใจได้เอง ร่างกายไม่ตอบสนองใดๆ แต่สมองกลับยังทำงานได้ปกติ มีการตอบสนองทางไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี นี่เองที่เป็นปัญหา เพราะผมยังถือว่ามีชีวิตในแง่ของกฎหมาย แต่เป็นชีวิตที่ไม่ใช่ชีวิต ในเมื่อผมไม่สามารถคุยกับลูก ไม่สามารถเล่นสนุกในสวนกับพวกเขาได้ ไม่แม้แต่จับมือแมรี่และโอบกอดเธอได้อีก และผมจะเรียกว่ายังมีชีวิตได้อย่างไร

แมรี่พยายามอย่างหนักให้ผมกลับมามีสภาพเดิมอีกครั้ง เธอจึงพัฒนาระบบโครงข่ายประสาทอิเลคโทรนิค ให้เชื่อมต่อกับสมองมนุษย์ได้ โดยเป็นการทำงานผสมผสานระหว่างการควบคุมร่างกายที่เป็นหุ่นยนต์แต่การควบคุมนั้นมาจากสมองมนุษย์ปกติ และใช้หน่วยความจำเป็นตัวทำหน้าที่ร่วมกับสมองปกติของผม และสุดท้ายก็โอนย้ายข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่หน่วยความจำ รวมถึงข้อมูลด้านอารมณ์ความรู้สึกจากในสมองทั้งส่วนอะมิดาลา จนถือได้ว่าผมเป็นดรอยด์ตัวแรกที่มีหน่วยความจำเป็นเหมือนมนุษย์และรู้สึกเหมือนมนุษย์  

โดยการพัฒนาทั้งหมดทำอย่างถูกต้องโดยการยินยอมทั้งจาก ตัวแมรี่เองในฐานะภรรยา จากผมโดยการแปรผลคลื่นไฟฟ้าสมองเป็นอักษร และการยินยอมจากรัฐในขณะนั้น เพราะความต้องการในการส่งดรอยด์ออกไปนอกระบบกาแลคซี่ทางช้างเผือก ผมจึงเป็นผลผลิตในพัฒนาเทคโนโลยีในครั้งนั้น

 

จากการที่ผมเป็นมนุษย์ที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นดรอยด์ที่เหมือนมนุษย์ที่สุด นั่นจึงเป็นที่มาของเหตุการณ์ที่ผมกำลังนั่งอยู่ในศาลให้หลังมาอีก 90 ปี ณ ขณะนี้ด้วย

 

จำได้ว่าวันนั้น แมรี่กำลังพยายามปรับระบบควบคุมความทรงจำและเหตุผลในระบบประมวลผลของผม อยู่ที่ห้องทดลองของ STEC  มีการประท้วงของผู้คนอยู่ด้านนอกมหาวิทยาลัย เนื่องจากโครงการของแมรี่ที่ทำอยู่ พวกเขาเชื่อว่ามันจะนำหายนะมาให้มนุษยชาติ และฝืนธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง และแน่นอนมีอาจารย์อีกหลายคนใน STEC ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ หนึ่งในนั้นคือ เทลเลอร์

 เทลเลอร์ อาสาเป็นตัวแทนของผู้ประท้วงเพื่อบุกยื่นหนังสือคัดค้านมามอบให้แมรี่ เขาบุกมาถึงห้องทดลองในตอนกลางดึกคืนนั้น ตอนนั้นเพื่อนร่วมทีมของแมรี่กลับกันหมดแล้ว เทลเลอร์เข้ามาและมีปากเสียงกับแมรี่ ทั้งสองทุ่มเถียงกันไปมาอยู่นาน จนกระทั่งเทลเลอร์เริ่มโมโหที่แมรี่ยืนกรานจะทำการทดลองนี่ให้สำเร็จ แถมเธอยังบอกเทลเลอร์อีกด้วยว่าตอนนี้ตัวผมสามารถทำงานได้สมบูรณ์ทั้งด้านความรู้สึก อารมณ์ และการทำงานของสมองกลได้ใกล้เคียงมนุษย์ราว 95 เปอร์เซ็นแล้ว

“โอ้ว พระเจ้า ให้ตายเถอะ คุณกำลังท้าทายพระเจ้า แมรี่ หยุดมัน ได้โปรดหยุด” เทลเลอร์เข้ามาเอามือบีบไหล่ทั้งสองข้างของแมรี่พร้อมเขย่าอย่างแรง ร่างแมรี่สั่นเทา เธอกรีดร้องด้วยความตกใจ ผมเห็นทุกอย่างผ่านจอรับภาพ ผมลุกขึ้นกระชากสายไฟที่ต่ออยู่ออก แล้วพุ่งเข้าไปดึงมือของเทลเลอร์ออก

“ไอ้ปีศาจ แกจะทำอะไร ไอ้หุ่นปีศาจ โอ้ย” ผมบีบที่แขนเทลเลอร์จนเกิดเสียงคล้ายของแข็งแตกละเอียด เขารีบปล่อยมือ ร่างแมรี่ทรุดลงกองกับพื้น ผมรู้สึกควบคุมตัวเองได้ยาก มืออีกข้างคว้าคอเสื้อเทลเลอร์ชูขึ้น ร่างเขาลอยเหนือพื้นราวกับเสื้อผ้าที่ถูกแขวนปลิวแกว่งไปมายามต้องแรงลม

“ปล่อย ไอ้ปีศาจปล่อย” เขาเอาเท้าเตะเข้าที่บริเวณหน้าอกของผมอย่างแรงหลายที จนมีประกายไฟกระเด็นออกจากช่องใส่แผงควบคุมระบบระบายความร้อน ผมรู้สึกถึงอาการวูบๆ คล้ายตอนที่เป็นมนุษย์ขณะที่กำลังโมโหสุดขีด แต่ตอนนี้ที่ร่างกายเป็นโลหะและมีเลือดที่ไหลเวียนเป็นกระแสไฟฟ้า ผมไม่แน่ใจว่าอาการแบบนี้จะเรียกว่า โทสะ ได้หรือเปล่า

ผมโยนเทลเลอร์ออกไปไปด้านหลัง ตัวของเขากระแทกกับโต๊ะวางอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่ ร่างเขาแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากชนิด ดูคล้ายลูกนกที่นอนหลับไหลอยู่ในรังที่สานด้วยสายไฟฟ้าหลากสีเป็นพันๆ เส้น

ผมยืนนิ่งดูสิ่งที่เกิดขึ้นในชั่ววินาทีก่อนหน้า ยังสับสนอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น

“คุณต้องไปจากที่นี่ คุณต้องหนี เอริค เร็วเข้า” แมรี่พูดรัวจนไม่เป็นคำ พยายามดึงผมออกจากที่ร่างแน่นิ่งนอนอยู่ตรงหน้า

เอริค ใช่นั่นชื่อของผมตอนเป็นมนุษย์ ใช่แล้ว หลังจากที่ตัวผมเองยังลืมมันไปเสียสนิท ไม่มีใครเรียกชื่อจริงของผมมานานมากแล้ว

ผมถูกพาตัวหลบหนีการจับกุมอยู่นานหลายเดือน โดยผู้คนต่างเข้าใจว่าระบบควบคุมปัญญาประดิษฐ์ของผมรวนจนเกิดโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ขึ้น

โครงการใช้หน่วยความจำของมนุษย์จริงเพื่อถ่ายโอนลงสู่ดรอยด์จึงต้องยุติลง แต่แมรี่ยังคงพัฒนาดรอยด์พร้อมปัญญาประดิษฐ์ต่อไป ท่ามกลางเสียงต่อต้าน คัดค้านและการประณามจากผู้ที่จงเกลียดจงชังหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ โดยที่พวกเขาเหล่านั้นเองที่ แค่กาแฟในคาเฟ่ตอนเช้า ยังต้องเพิ่งพา MechCafe เป็นเครื่องอัตโนมัติชงให้กินหลังร้านอยู่ด้วยซ้ำไป

แมรี่คิดว่าผมควรจะซ่อนตัวอยู่ในที่ที่คนอื่นคงนึกไม่ถึง นั่นคือชั้นใต้ดินของหอสมุดกลางของ STEC นั่นเอง ที่นั้นมีห้องเป็นพันๆห้อง ลึกเกือบเท่าตึกสิบชั้น มีเอกสารเก่าๆ ถูกรวบรวมไว้ที่นั่น และไม่มีมนุษย์เข้าไปในเขตนั้นนานแล้ว เพราะระบบจัดเก็บทำโดยหุ่นยนต์รุ่นเก่าเก็บอย่าง DocBot Q5 หุ่นจัดเก็บเอกสาร ที่ไม่มีฟังก์ชั่นการทำงานอะไรซับซ้อน แค่เก็บตามดัชนีและเบิกเอกสารตามดัชนี โดยอาศัยการค้นหาพิเศษตาม keywords แค่นั้น แต่ก็น้อยมากที่จะมีคนมาขอเบิกเอกสารเก่าๆ พวกนี้ไปใช้งาน มันจึงเหมือนแดนสนธยาในที่ที่อันตรายที่สุด กลับเป็นที่ปลอดภัยที่สุดจริงๆ เพราะผมอาศัยอยู่ที่นั่นถึงเกือบ 90 ปี โดยมีหุ่นจัดเอกสารที่ส่งเสียงครืดๆ เป็นเพื่อนเพียงคนเดียว แต่ผมก็ไม่ได้เหงาเสียทีเดียว เพราะผมมีหนังสือและเอกสารมากมายให้ได้อ่าน ชนิดที่ว่าอีกสามสี่ร้อยปียังไม่แน่ว่าจะอ่านได้หมด

ผมนั่งนึกจนเพลิน ผมเหลือบไปเห็นเหลนของแมรี่นั่งฟังการพิจารณาอยู่ด้วยที่ด้านหลัง ผมไม่แน่ใจว่าเธอจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับผมแค่ไหน มันนานมากจริงๆ หลังจากครั้งสุดท้ายที่ผมได้พบแมรี่ ตอนนั้นเธออายุกว่า 75 ปีแล้ว เธอมาเพื่อรับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างหุ่นยนต์พร้อมปัญญาประดิษฐ์ต้นแบบประเภท Non-emotional algorithm ซึ่งพบว่ามีการพัฒนาไปใช้งานในหลายรูปแบบ และไม่มีผลทางลบในการทำงานตามที่ได้ถูกโปรแกรมไว้แต่อย่างใด ซึ่งผลก็มาจากการพบปัญหาจากปัญญาประดิษฐ์แบบที่ผมใช้อยู่นั่นเอง เมื่อมีเรื่องอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ปัญญาประดิษฐ์มักเกิดการผิดพลาดได้ ในสถานะการณ์ที่มีความซับซ้อนมากๆ ซึ่งการใช้ตรรกะปกติอาจให้ผลที่เหมาะสมก็จริงอยู่ แต่ก็หมิ่นเหม่ต่อความรู้สึก การใช้ปัญญาประดิษฐ์แบบมีอารมณ์ร่วมจึงเป็นสิ่งต้องห้ามไปด้วยเหตุนี้ เหลือเพียงการแสดงออกคล้ายอารมณ์ เช่น ไฟแดงกระพริบเหมือนหุ่นกระป๋องอัยการที่หมุนอยู่ตรงหน้า ซึ่งในระบบการประมวลผลไม่ได้มีความรู้สึกจริงๆ เกิดขึ้น แค่การตอบสนองเพื่อคนมนุษย์รอบตัวดรอยด์ไม่ให้รู้สึกว่ามันเป็นแค่เศษเหล็กที่ไร้ตัวตน ก็เพียงเท่านั้น ความสำเร็จที่เธอเพียรพยายามมาตลอด และความสำเร็จก็มาพร้อมคำอำลาของเราทั้งสองคน ไม่สิ คำอพลาของคนหนึ่งคนกับหุ่นหนึ่งตัวต่างหาก

” ลาก่อนค่ะ เอริค ฉันคงให้คุณมาส่งได้เท่านี้ ฉันรักคุณมากเหลือเกิน ฉันคงผิดที่ทำแบบนี้ แต่ก็ยากเหลือเกินที่ฉันจะปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นกับคุณได้” เธอปล่อยมือจากนิ้วโลหะของผม ปาดน้ำตาด้วยผิวหนังที่เหี่ยวย่น แล้วเดินจากไปพร้อมไม้เท้าในมือ”

“จำเลยช่วยให้ ด็อกเตอร์ แมรี่ ผู้พัฒนาให้มนุษยชาติและปัญญาประดิษฐ์เกิดขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้ จำเลยจึงควรได้เหตุบรรเทาโทษ จากการที่ปกป้องมนุษย์จากมนุษย์อีกคน แล้วยังเป็นคนที่สำคัญต่อประวัติศาสตร์เสียด้วยซ้ำไป” หุ่นทนายกล่าว จนทำผมตื่นขึ้นจากภาพในอดีต

“งั้น ด็อกเตอร์ แมรี่ ก็ต้องผิด ในกรณีที่ช่วยให้ผู้ทำผิดหลบหนี” หุ่นอัยการส่งเสียงค่อนขอด

“พอเถอะครับ หยุดเถียงกันได้แล้ว ศาลที่เคารพ ช่วยกำจัดผมที่ ได้โปรด” ผมเงยหน้าส่งเสียงดังแทรกขึ้น

ทั้งห้องเงียบสนิท

“จำเลยตัดสินใจเองไม่ได้หรอกนะ กรณีแบบนี้” แท่งโลหะอันกลางส่งเสียง

“ศาลที่เคารพ ผมเป็นดรอยด์ที่มีระบบไม่เหมือนหุ่นทั่วไป ผมยังมีความทรงจำ และแทบจะมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์ ผมคือข้อบกพร่องที่สมควรถูกทำลายมานานแล้ว ติดที่ว่าผมไม่สามารถทำลายตัวเองได้ ตามกฎของดรอยด์ ผมจึงต้องทนกับความทรงจำที่เจ็บปวดและความรู้สึกของการห่างจากคนที่รักมาอย่างยาวนานขนาดนี้ ได้โปรดให้ผมหลุดพ้นที ได้โปรด” ผมส่งเสียงอู้อี้ ราวกับกำลังร้องไห้

เหล่ามนุษย์และดรอยด์ลูกขุนมีทีท่าสับสน และพยายามหารือกันอยู่ ศาลส่งสัญญาณให้ทั้งห้องอยู่ในความสงบ ด้วยเสียงความถี่สูง จนทั้งห้องเงียบกริบอีกครั้ง

“หากจำเลยอ้างถึงข้อบกพร่องนั้น จำเลยคงต้องถูกพิจารณาโดยศาลของมนุษย์แทน เพราะโดยกฎของดรอยด์และกฎย่อยในทุกย่อหน้าและทุกวงเล็บ ตามที่ศาลได้ประมวลผลแล้ว ไม่อาจใช้ข้อบังคับใดมาตัดสินในกรณีนี้ได้ คงต้องโอนคดีนี้ไปสู่ศาลของมนุษย์แทน”

เสียงดังอื้ออึงไปทั่วอีกครั้ง ทั้งมนุษย์ ดรอยด์ ต่างสับสนและงุนงงกับคำตัดสินของศาล จนเหมือนมีจารจนย่อยๆ ในห้องตัดสิน

“ศาลที่เคารพ เขาไม่มีสภาพเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ” หุ่นทนายกล่าว

 

“ฟังนะคุณทนาย ที่จำเลยแสดงออกมาถึงความประสงค์ของการหยุดปฎิบัติงานของระบบตนเองนั้น ศาลเห็นว่าจำเลยตัดสินใจโดยไม่ได้อ้างอิงหลักการของปัญญาประดิษฐ์เลย นั่นหมายความว่า เขาไม่อาจถือว่าเป็น ดรอยด์ ได้ เขาควรถูกตัดสินด้วยการวินิจฉัยเชิงศีลธรรมและจริยธรรมที่ซับซ้อนกว่านี้”

 

“ศาลที่เคารพ เราตัดสินเขาเองก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องทำให้ยุ่งยากเลย” หุ่นอัยการเสริม

“ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นตามนี้เป็นเอกฉันท์ เลิกศาลได้ เจ้าหน้าที่คุมตัวเขาไปเพื่อรอการโอนย้ายคดี” ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศ หุ่นยนต์ Judge N18 ก็ลดระดับหายไปจากบัลลังค์ หุ่นอื่นๆ และมนุษย์ลูกขุนต่างแยกย้าย ทุกอย่างในห้องค่อยเงียบสนิท

ผมถูกนำตัวลุกขึ้นจากที่นั่ง ปลดพัธนาการออก ผมหันหลังกลับเพื่อเดินไปยังประตูทางออก เหลนของแมรี่ยืนอยู่ตรงนั้น เธอหน้าตาเหมือนแมรี่มากทีเดียว พอผมเดินเข้าไปใกล้ เธอยืนตัวสั่นร้องไห้

“คุณทวดคะ หนูเอเวอรีน หลานของคุณย่าเฮเลนค่ะ คุณย่ารักคุณทวดมากนะคะ แต่คุณย่าถูกสั่งให้เก็บความลับเรื่องนี้มาตลอด จนสุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริงๆ” เธอยังคงร้องไห้กระซิก

ผมโค้งตัวลงเล็กน้อย คล้ายจะทักทายและขอบคุณเหลนที่เพิ่งพบหน้าครั้งแรกที่เธอพยายามช่วยอย่างเต็มที่

“แค่ได้พบหน้ากัน นั่นก็วิเศษสุดแล้วจ๊ะ” ผมส่งเสียงเบาๆ

เธอยืนอยู่ตรงนั้น ร้องไห้สะอื้นอยู่เพียงลำพังในห้องว่างเปล่า

ผมเดินออกสู่แสงสว่างข้างนอก ถูกพาตัวออกไปด้านหน้า เดินมุ่งไปสู่พาหนะไร้คนขับที่จอดรออยู่ รอบๆ มีทั้งมนุษย์และดรอยด์มากมายยืนอยู่หลังแผงกั้นสองข้างทาง ผมไม่คิดว่าคดีนี้จะมีผู้คนสนใจขนาดนี้

“ไอ้ปีศาจดึกดำบรรพ์”

“ไอ้หุ่นฆาตกร เลว!”

“ไอ้หุ่นพิการ แกมันเศษเดนของดรอยด์”

“นายทำให้พวกเราดูแย่ เสื่อมจริงๆ”

เสียงซุบซิบและตะโกนด่าทอดังไปทั่วทั้งลานกว้าง

ผมรู้สึกหดหู่ที่ได้ยินแบบนี้ จะบอกว่าไม่รู้สึกก็คงยาก ผมได้แต่คิดถึงหน้าแมรี่เท่านั้นในตอนนี้

.

.

ในทันทีมีวัตถุแข็งขนาดเขื่องพุ่งมา ระบบประสาทไฟฟ้าของผมตอบสนองให้ขยับหลบ แต่มันช้าไปเสียแล้ว มันกระแทกเข้าที่ส่วนหัวผมอย่างจัง ผมรู้สึกว่าระบบไฟฟ้ากำลังมีปัญหา และระบบหน่วยความจำผมกำลังหยุดทำงาน มีสะเก็ดไฟพุ่งออกมาจากจอรับภาพอีกข้าง

ร่างผมเสียการควบคุม และร่วงลงพื้นอย่างรวดเร็ว หุ่นผู้คุมรีบผละออกไปเพื่อไล่จับผู้ที่ขว้างก้อนหินขนาดใหญ่นั่นเข้ามา ฝูงผู้คนแตกฮือกันออกไป

ผมนอนนิ่ง ระบบประมวลผลกำลังชะงักเป็นช่วงๆ จอรับภาพอีกด้านดับลงแล้ว ตอนนี้มืดสนิท มีเสียงไฟฟ้าลัดวงจรดังเป็นระยะ

ผมกำลังจะตาย อ่า ไม่สิ ผมกำลังจะหยุดปฎิบัติงานแล้ว นี่คือความฝันของผม ฝันที่ผมรอมานานเกือบเก้าสิบปี ฝันที่มนุษย์ยังมีโอกาส แต่ดรอยด์ได้แค่รอโอกาส

 

“แมรี่ รอผมนะ ผมกำลังไป”

“ผมรัก……คุณ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *