อยากชวนคุณผู้ชายมาเป็นแอดมินเพจ

พอทำงานมาได้ 1 เดือนเต็ม คุณก็ปรับตัวให้เข้ากับงานใหม่ได้เป็นอย่างดี งานไม่มีอะไรมาก ก็แค่เขียน เขียน เขียน แล้วพอเขียนเสร็จ จะทำเผื่อพรุ่งนี้เลยก็ได้ หรือจะทำเผื่อไว้สักเดือนก็ยังได้ งานคุณไม่มีวันหยุด แต่ถ้าอยากจะหยุด ก็ทำเผื่อไว้ ตั้งเวลาโพสต์ซะ แล้วจะหายหัวไปไหนก็ไป ใครโพสต์อะไรไปรับผิดชอบด้วยนะ เจ้านายคุณสั่ง ถ้ามีคนเข้ามาคอมเมนต์ก็คุยกับเขา อย่าปล่อยให้เขาพูดอยู่คนเดียว

นั่นแหละ ทั้งหมดมีแค่นั้น

ตอนนี้ ใครๆ ก็เรียกคุณว่าแอดมินเพจ บ้างก็เรียกว่าแอดเฉยๆ ก็มี แต่คุณก็สงวนไว้ไม่บอกใครว่าเพจอะไร ขนาดเมย์ที่ว่าสนิทกับคุณมากเลยช่วงนี้ คุณก็ยังไม่เคยปริปากบอกเธอเลยสักครั้ง “พี่บอกได้แค่ เขียนเกี่ยวกับเพลงฝรั่งเก่าๆ กับกีฬาน่ะ” แต่เดือนหน้าเป็นต้นไป เจ้านายจะโยกให้คุณไปเขียนถึงผู้หญิงเก่งๆ แทน แล้วให้ไอ้อาร์ตมาเขียนเพจกีฬา จะว่าสลับตำแหน่งกันก็ได้ “อาร์ตน่ะ มันถ่อย ให้มาเขียนเพจกีฬา ส่วนเอ็ง คนอะไรเรียบร้อยฉิบหาย มาเขียนถึงผู้หญิงน่ะดีแล้ว” วันนี้วันที่ 1 มิถุนายน เงินเดือนออก ไอ้อาร์ตโทร.มาบอกแต่เช้าว่า เจ้านายโอนเงินมาให้แล้ว ลองไปเช็คดู โอเค เข้าแล้ว 10,000 บาท ไม่ขาด ไม่เกิน คุณโคตรดีใจ รู้สึกว่านี่แหละ เงินที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของคุณ แม้ในสายตาของคนอื่น นี่อาจเป็นแค่เศษเงิน ขนาดเมย์ยังบอก น้อยไปสำหรับคนจบ ป.โท แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เธอเข้าใจผิดมาตลอด มันเป็นความผิดของคุณเองด้วยที่ไม่ได้บอกเธอให้ครบถ้วน ใช่ คุณเรียนไม่จบ “ไม่โกรธพี่ใช่ไหม” “จะโกรธทำไม จะจบหรือไม่จบพี่ก็ไม่ได้เป็นผู้ชายงี่เง่าสักหน่อย…รู้ไหม หนูรำคาญผู้ชายงี่เง่าที่สุดในโลกเลยนะ” “งั้นถ้าพี่เริ่มเป็นแบบนั้นก็บอกนะ” “พี่ไม่เป็นแบบนั้นหรอก” “รู้ได้ไง วันหนึ่งพี่อาจเป็นคนที่เมย์รำคาญที่สุดในโลกก็ได้” เมย์หัวเราะ “พรุ่งนี้พี่อยากดูเรื่องอะไร?” เอาอีกแล้ว พอวันอังคารดึกๆ เมย์ก็จะโทร.มาถามแบบนี้ พรุ่งนี้จะดูหนังเรื่องอะไร แล้วพอถามกลับไปบ้าง เมย์ล่ะ อยากดูเรื่องอะไร เธอก็จะตอบกลับมา “ตามใจพี่เลย” เห็นไหม เมย์ไม่ได้สนใจหรอกว่าหนังจะสนุกหรือเปล่า เธอดูหนังสัปดาห์ละครั้ง ราวกับมันเป็นพิธีกรรมอะไรสักอย่างที่จะต้องทำ “ไม่คิดจะดูวันอื่นบ้างเลย?” “ไม่ว่างค่ะ” “แล้วไม่คิดว่าวันพุธพี่จะไม่ว่างเหรอ” “ก็พี่บอกเองว่าพี่ไม่มีวันหยุด แต่ถ้าอยากจะหยุดจริงๆ ก็ทำงานเผื่อไว้ พี่ก็ทำงานเผื่อไว้สิ” คุณหัวเราะ “ก็ได้ครับ”

เมย์ขับรถยนต์มารับคุณที่คอนโดฯ ตอนทุ่มครึ่ง พอคุณเปิดประตูรถเข้ามานั่งข้างในปุ๊บ เธอก็ถามทันที ซื้อตั๋วแล้วใช่ไหม เดี๋ยวหนูเอาเงินให้นะ “วันนี้พี่เลี้ยง” “ไม่เอา…เท่าไร” “วันนี้พี่เลี้ยง” “ไม่เอา” “เมย์…” คุณทัก “วันนี้สวยนะ” “จริงเหรอ” เมย์หัวเราะ “…ยังงี้ใส่คอนแทคเลนส์ทุกวันเลยดีกว่า” “เป็นตัวของตัวเองน่ะดีแล้ว…สวยทุกวันก็น่าเบื่อ” “ชมหรือด่าคะ?” “สวย” เมย์พูดไม่ออกเลยพอโดนชมว่าสวยไปสองครั้งติดๆ หน้าแดงแจ๋ คงเพราะเขินนั่นแหละ หลังจากนั้นคุณไม่ได้ชวนเธอคุยอะไรอีก จนมาถึงโรงหนังใน 10 นาทีต่อมา คุณเลือกที่นั่งแบบโซฟาแพ็คสำหรับสองคน ที่นั่งเบอร์ AA5 และ AA6 ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางจอพอดิบพอดี แน่นอน ที่นั่งแถวนี้ราคาแพง ซึ่งถ้าลองคิดเล่นๆ ก็จะรู้ว่า นี่เป็นราคาที่คุณสามารถจ่ายเป็นค่ากาแฟได้ทั้งสัปดาห์ เมย์ยังคะยั้นคะยอให้คุณรับเงิน แต่คุณก็ปฏิเสธ เพราะไม่เดือดร้อนอะไร “งั้นหนูเลี้ยงป๊อปคอร์นแล้วกัน” คุณพยักหน้า หลังจากเมย์ซื้อป๊อปคอร์นเสร็จ ก็ขอตัวไปห้องน้ำ “เดี๋ยวมานะ” ไม่ถึงหนึ่งนาที เธอก็เดินกลับมา “เรียบร้อย?” “ยัง” แล้วเมย์ก็วิ่งเข้าไปในห้องน้ำอีกรอบ จากนั้นก็วิ่งกลับออกมาอีกรอบพร้อมกับกระเป๋าสะพาย “…ลืมกระเป๋า” “ต้องหาแฟนแล้วมั้ง” คุณหัวเราะ “พี่จะสมัครไหมล่ะ หนูจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลงประกาศ” “ลงไปเถอะ…คุณสมบัติพี่ไม่ผ่านหรอก” “รู้ได้ไง ลองพิสูจน์ก่อนสิ” “ไปเถอะ หนังจะฉายแล้ว” คุณตัดบท ดันหลังเมย์ให้เดินนำหน้าไปไวๆ ระหว่างนั้น คุณก็ลอบมองเธอจากด้านหลัง และคิดว่า ผู้หญิงแบบนี้แหละที่ชอบ เข้ามาถึงหนังฉายพอดี พวกคุณรีบเดินตรงไปยังที่นั่ง นั่งลง แล้วก็เอาขาทั้งสองข้างขึ้นมานั่งในท่าขัดสมาธิ โดยมีเข่าของพวกคุณคนละข้างสัมผัสกัน เมย์เอื้อมมือมาหยิบป๊อปคอร์นในถังที่วางไว้บนพนักแขนฝั่งคุณ แล้วเหมือนจะเป็นอัตโนมัติที่คุณก็คว้าถังป๊อปคอร์นมาวางไว้ตรงกลางเพื่อให้เธอหยิบกินได้สะดวก เอาล่ะ คุณตั้งใจว่าจะดูหนังแล้ว… แต่คุณก็ไม่มีสมาธิ เพราะคำพูดของเมย์ที่ว่า พี่จะสมัครไหมล่ะ หนูจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลงประกาศ ยังวนเวียนอยู่ในความคิดของคุณ แล้วก็เป็นอย่างที่เคยพูดไว้จริงๆ ผู้หญิงส่วนใหญ่เร็วกว่าคุณเสมอ เมย์สอดมือซ้ายเข้ามาทางด้านหลัง ตรงช่องว่างระหว่างแขนขวาและสีข้าง จากนั้นเธอก็ใช้นิ้วมือของเธอคลายนิ้วมือของคุณ “ครับ?” คุณหันไปถามในขณะที่มือของพวกคุณประสานกัน เธอยันตัวขึ้นเล็กน้อยเข้ามาใกล้ ไม่พูด แต่คุณก็รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ คุณค่อยๆ บรรจงจูบลงบนเปลือกตาซ้ายของเธอ ยื่นมือขึ้นมาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยสองสามครั้ง “ตาสวย พี่ชอบ” สองวินาทีต่อมา เมย์ส่งสายตาเว้าวอน “หนังไม่สนุกเลย ไม่ดูแล้วได้ไหม” “เอาจริงเหรอ” เธอกระซิบ “ค่ะ…แวะซื้อเบียร์ แล้วไปกินที่คอนโดฯ พี่ดีกว่า” คุณหัวเราะ “หัวเราะอะไร” “เปล่า…ถ้างั้น คืนนี้พี่ไม่ให้กลับเองนะ” “ไม่กลับเลยก็ได้ค่ะ”

ผู้หญิงทุกคนมีเพลงประจำตัว อย่างเมย์ พอนึกถึงเธอทีไร คุณก็จะนึกถึงเพลง Kiss Kiss Kiss ของ โยโกะ โอโนะ—นับตั้งแต่เริ่มเขียนเกี่ยวกับเพลง อะไรๆ ก็เหมือนจะต้องเชื่อมโยงเกี่ยวกับมันไปเสียทั้งหมด เมื่อกี้พอซื้อเบียร์และกับแกล้มเสร็จ พวกคุณก็พากันขึ้นรถ มุ่งหน้าไปคอนโดฯ ทันที ระหว่างนั้นพวกคุณก็แทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย ได้แต่จับมือกันไปตลอดทาง คุณยังนึกชมเมย์ในใจว่า เก่งนะ ขับรถมือเดียวได้ด้วย สักพัก เมย์หันมาถาม ฟังเพลงไหม เหมือนกับจะเปิดฟังแก้เขินอะไรทำนองนั้น คุณบอก โอเค อยากรู้ด้วยว่ารสนิยมในการฟังเพลงของเธอเป็นอย่างไร เมย์หยิบซีดีอัลบั้ม Yes, I’m a Witch ออกมา ตอนนั้นแหละ ที่คุณถึงกับอุทาน เฮ้ย! แล้วเธอก็หันมาถาม ทำไม รู้จักด้วยเหรอ คุณตอบ รู้จักสิ เมียเลนนอนไง แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็นผัวเป็นเมียใครหรอก คุณสงสัยว่า ทำไมเมย์ถึงชอบเพลงของโยโกะ พอถึงหน้าประตูห้อง คุณก็เอามือมาโอบไหล่เมย์ ลูบหัวเธออยู่สองสามครั้ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร เธอหันมาหัวเราะ “เมื่อไรจะเปิดประตูล่ะคะ” “โอเค” คุณรีบทำตามคำสั่ง แล้วพอเปิดประตูห้องปุ๊บ เมย์ก็หันมาถาม พี่มีเมียแล้วเหรอ “ว่าไปเรื่อย” “แล้วทำไมห้องถึงสะอาดขนาดนี้ หรือว่าพี่จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดทุกวัน” “เปล่านะ” “นั่นไง พี่ต้องมีเมียแล้วแน่ๆ” คุณหัวเราะ “ไม่มีจริงๆ” “รู้ไหม ถ้าพี่เห็นห้องหนู พี่อาจไม่อยากเป็นแฟนหนูเลยก็ได้” “นี่เราสองคนตกลงคบกันแล้วเหรอ” เมย์ชกหมัดขวาเข้าที่ท้องของคุณอย่างจัง “มาถึงขนาดนี้แล้วนะ” “เจ็บ” “จะเป็นหรือไม่เป็น?” “ไม่เร็วไปหน่อยเหรอ” “งั้นเป็นเฉพาะวันพุธก็ได้” คุณหัวเราะ “โอเคๆ” เมย์เดินสำรวจห้อง ทำตัวประมาณ เดี๋ยวฉันจะมายึดห้องเธอแล้วนะ จากนั้นก็หยิบตลับเทปอัลบั้ม Take Me Now ของ เดวิด เกตส์ ตรงชั้นวางออกมา ตรงนั้นมีตัวอักษรเขียนกำกับไว้ว่า G “ทำไมปกเชยจัง” เมย์เสียบมันคืนไว้ที่เดิม พูดลอยๆ ออกมาเป็นภาษาอังกฤษปนไทย I don’t take you now นะ แล้วก็เลื่อนนิ้วไล่ไปตามลำดับตัวอักษร ผ่านตัว H แดน ฮิลล์ เจ้าของเพลง Sometimes When We Touch ถัดไป ตัว I เจนิส เอียน คุณจำได้แม่น อัลบั้ม Between the Lines (เพลง At Seventeen คุณชอบฟังมาก แต่ฟังกี่รอบก็ไม่เคยจำเนื้อร้องได้หมดสักที) ตัว J มี บิลลี โจเอล และเอลตัน จอห์น ส่วน K มี คาโรล คิง เจ้าของเพลง You’ve Got a Friend เมย์ไล่จนมาถึงตัว L แล้วก็ดีใจยกใหญ่ ดึงตลับเทปอัลบั้ม Wonsaponatime ของ จอห์น เลนนอน ออกมา “ขอลองเปิดฟังหน่อยได้ไหมคะ” “ได้สิ…มา เดี๋ยวพี่เปิดให้”

คุณนั่งฟังเพลงพลางจิบเบียร์ ส่วนเมย์นั่งกินหอยทอดที่ซื้อมาอย่างเอร็ดอร่อย คุณถาม จะให้รินเบียร์เลยไหม เธอบอกยัง แล้วก็อธิบายว่า จริงๆ ไม่ชอบดื่มเบียร์เท่าไร “อ้าว” จะชวนกินทำไม คุณคิดในใจ เมย์หัวเราะ เหมือนกับจะอ่านใจคุณออก เดี๋ยวดื่มเป็นเพื่อนก็ได้ แต่ขอไปแปรงฟันก่อน คุณพยักหน้า แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ เธอตั้งใจวางแผนอะไรไว้หรือเปล่า—ไม่แน่ เมย์อาจกำลังเริ่มต้นแผนการยึดห้องอยู่ ด้วยการนำแปรงสีฟันของเธอมาจับจองพื้นที่เล็กๆ ในห้องน้ำ ก่อนจะขยับขยายจนยึดครองพื้นที่ทุกตารางเมตรอย่างถาวร หลังจากเมย์แปรงฟันเสร็จ คุณก็รินเบียร์ให้เธอ เธอบอก ดื่มได้แค่แก้วเดียวนะ อย่าคะยั้นคะยอ คุณยักไหล่ โอเค ยังไงก็ได้ ตอนนั้นเลนนอนกำลังครวญเพลง Imagine อยู่ จนมาถึงเพลง Woman Is the Nigger of the World เมย์หยิบเบียร์มารินเอง คุณแซว นั่นแก้วที่สามแล้วนะ เธอหัวเราะ บอก นานๆ ทีไม่เป็นไรหรอก จากนั้นเธอลุกขึ้นเดินไปหยิบน้ำแข็งในตู้เย็นออกมา เฮ้ย! คุณรู้สึกเย็นวาบที่หลัง เมย์ยัดน้ำแข็งใส่ในเสื้อคุณ เธอหัวเราะชอบใจใหญ่ คุณลุกขึ้นยืนสะบัดๆ ให้ก้อนน้ำแข็งหลุดออกมา แม้จะยังรู้สึกเย็นวาบที่หลังอยู่ แต่คุณก็คว้ามือเธอไว้ทันควัน มองหน้า ทำตาดุใส่ “ไม่แกล้งแล้วค่ะๆ” แต่เมย์ก็ยังคงหัวเราะ คุณดึงตัวเธอเข้ามาใกล้ ใช้มือที่เหลืออีกข้างลูบไล้เส้นคุณยาวสลวย “คะ?” “เด็กซนต้องโดนลงโทษ” คุณเริ่มต้นจูบตรงริมฝีปากล่างของเธอ… จากนั้นก็ได้ยินเสียงกระซิบ หนูชอบพี่มากนะ ได้ยินเสียงลมหายใจ ได้ยินเสียงของเลนนอนกำลังพูด You must remember this. A kiss is just a kiss. A sigh is just a sigh. ที่สำคัญ ได้ยินเสียงดังแครกๆ จนต้องถอนริมฝีปากกะทันหัน “เป็นอะไร” คุณถาม “คัน” มีผื่นแดงๆ ขึ้นเต็มไปหมด “คันมากไหม” “มาก” เมย์ยิ่งเกาแรงเข้าไปใหญ่ “หายใจสะดวกไหม” “สะดวกค่ะ” แต่เพื่อความมั่นใจว่าเมย์ไม่ได้เป็นอะไรมาก หลังจากนั้นไม่ถึง 10 นาที พวกคุณก็มาอยู่ที่โรงพยาบาลกันแล้ว พอส่งเมย์เข้าห้องตรวจเสร็จ คุณก็ออกมาข้างนอก กะว่าจะยืนสูบบุหรี่สักมวนสองมวนแล้วค่อยกลับเข้าไปข้างใน ระหว่างนั้น คุณก็จินตนาการถึงเต้านมของเธอ หัวนมของเธอ ฐานหัวนมของเธอ ขนหัวหน่าวของเธอ แคมเล็กของเธอ จุดบุหรี่สูบ แล้วก็กลับมาคำนวณถุงยางอนามัยในห้องว่าพอใช้หรือไม่ “ไอ้หน้าหี!” สุดท้ายคุณก็อดนึกถึงคำด่าของคนรักเก่าของคุณไม่ได้.

.

.

BOOKster x ภู่มณี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *