รวมเรื่องสั้น ‘ดอกรักบานสาย’ ของคุณสุวรรณี สุคนธา 

#GuestReview by Puttidul Sangkhadul

.

.

“เคยอ่านงานของฉันมาก่อนไหม” 

คำถามเปิดบทสนทนากับนักเขียนหญิงที่ผมอยากรู้จักเธอมานาน เป็นคำถามที่แทบได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ข้างในเกือบจะดังออกมาข้างนอก 

“ไม่เคยครับ” หลุดคำนี้ออกไปได้ไหงวะ ผมนึกด่าตัวเองในใจ ทั้งที่รู้ว่าจะโดนถามแบบนี้ เตรียมคำตอบมาแล้วเชียว แต่สุดท้าย กลายเป็นคำตอบอัตโนมัติเสียชิบ

“จนมาอ่านเล่มรวมผลงานเรื่องสั้นของคุณเป็นเล่มแรก แล้วชอบมาก” ผมพูดต่อหลังจากด่าตัวเองจบ แอบเห็นเธออมยิ้ม “เล่มไหนที่ว่าอ่านแล้วชอบ”

ดอกรักบานสายครับ” เธอหัวเราะเบาๆ เอนหลังพิงเก้าอี้ ดูท่าทีผ่อนคลายขึ้น

เสียงหัวใจจากที่เต้นโครมครามแทบดังมาข้างนอกในตอนแรก ค่อยๆเต้นจังหวะเดิมของมัน เสียงเบาลง รับรู้ได้ถึงจังหวะบีบอัดของกล้ามเนื้อที่ผ่อนคลายเช่นกัน
.

.
“รถยังติดเหมือนเดิมไหม” เธอถามจบ สายตามองออกไปถนนที่รถติดยาวต่อกันเหมือนถนนคือที่จอดรถ 

“เหมือนเดิมครับ หนักขึ้นด้วยซ้ำ” ตอบคำถามเธอเสร็จ ผมมองไปทางเดียวกับเธอ

“ตึกเก่าๆ แทบไม่เหลือแล้วเนอะ” เธอยังคงมองถนนที่รถแน่นไม่ขยับ “ชอบเรื่องไหนในเล่มนั้น” เธอ หันมาถาม

“หลายเรื่องครับ” อันนี้เป็นคำตอบที่ไม่ต้องเตรียม เพราะรู้สึกแบบนั้นจริงๆตอนอ่านจบ ไม่รอให้เธอถาม ผมพูดต่อ

“ผมชอบการใช้ภาษาของคุณ ไม่หวือหวา ใช้คำธรรมดา แต่อ่านแล้วมีความรู้สึกร่วมตามไปกับตัวหนังสือ” เธอหัวเราะกับคำตอบ “เกินไปไหม” ผมพูดต่ออย่างพรั่งพรู เหมือนอัดอั้นมานาน

“เรื่องสั้นที่คุณเขียน นอกจากภาษาที่เรียบง่าย คุณยังสอดแทรกมุมมองความเห็นต่อสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านตัวหนังสือที่เขียน อ่านแล้วเหมือนเพื่อนสนิทจูงมือเดินไปด้วยกัน ชี้ชวนให้ดูเรื่องราวรอบๆตัว ตั้งคำถาม ชวนคิดถึงคำตอบ อย่างเรื่อง ‘วันที่แดดสวย‘ ผมชอบที่คุณเขียนประโยคนี้

“ฉันมองกุหลาบแดงในมือ ก่อนโยนมันทิ้งลงถังขยะ ทำไมนะ ฉันถึงไม่ทำอะไรเข้าสักอย่าง อะไรก็ได้ที่แสดงถึงความเห็นอกเห็นใจกัน ไม่เพียงแต่คิดในใจหรือมีปฏิกริยานิดๆหน่อยๆ ทำไมฉันถึงเมินเฉยเช่นเดียวกับคนอื่นๆ บนรถเมล์เช้านี้”

ชอบ เมื่อคิดว่า เชี่ย กูก็เคยเป็นแบบนี้นี่หว่า หลายคนรอบตัว ผมก็เคยเห็น ทำแบบนี้ อ่านจบรีบหาว่าคุณเขียนไว้ปีไหน ก่อนรู้ว่า ลงนิตยสารลลนา ๒๕๒๒

เธอจ้องหน้าผม เหมือนต้องการความจริงมากกว่าการเอาใจ “ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลยรึ น่าจะดีขึ้นนะ เมืองเจริญขึ้น หลายอย่างน่าจะดีขึ้น” “ไม่ครับ” ผมยืนยันคำเดิม เธอถอนหายใจเบาๆ

“อีกเรื่องที่ชอบก็ สิเหร่หาดเสน่หา สิ่งที่คุณเขียน เรื่องนี้ ไม่เปลี่ยนจากตอนนั้นเลย เรายังคงเอาเปรียบเพื่อนร่วมโลก” พูดจบผมอ่านประโยคที่จดลอกม

“เด็กหนุ่มชาวบ้านเพิ่งกลับจากทะเล เขาดำเปลือกสวยๆมาขาย มีราคาตัวละ ๑บาท ตัวละ ๑ บาท กับการเติบโตของมันเป็นปีๆ ช่างเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า เป็นการเอาเปรียบเพื่อนร่วมโลก”

“ความเจริญน่าจะทำให้มนุษย์ฉลาดขึ้น มีสำนึก หยุดเอาเปรียบเพื่อนร่วมโลก ฉันคงเดาผิด” น้ำเสียงดูผิดหวัง 

มีเรื่องสุดท้ายครับ ดอกรักบานสาย ที่เปลี่ยนไปจากที่คุณเขียนไว้เมื่อปี ๒๕๒๒ ผมอ่านประโยคที่ลอกมาอีกครั้ง

“ฉันอดคิดไม่ได้ว่า แม้จะอยู่ในสลัมหรือในบ้านเศรษฐีอัครสถาน เราก็มีสิทธิจะมีความสุข มองเห็นดาวได้เท่าๆกัน ใช่ว่าเศรษฐีจะเห็นดาวได้สวยกว่าเราก็หาไม่”

อ่านจบ เงยหน้ามองเธอ เธอมองผมเหมือนจะถามว่าเปลี่ยนไปแบบไหน

“คนจนวันนี้แทบมองไม่เห็นดาวแล้วครับ คนรวยสร้างตึกสูงบังดาวหมดแล้ว”

เธอถอนหายใจก้อนใหญ่ ก้มมองนาฬิกา แล้วเงยหน้ามองที่ผม “ฉันน่าจะคุยกับเธอได้แค่นี้สำหรับวันนี้ เวลาของฉันที่จะคุยกับเธอหมดแล้ว” เธอพูดไป เริ่มเก็บของบนโต๊ะไป “เราคงมีโอกาสได้กลับมาคุยกันอีกนะ ครั้งหน้าฉันหวังว่า เธอจะหาหนังสือเรื่องอื่นๆที่ฉันเขียนมาอ่านเพิ่มอีก เราจะได้มีเรื่องคุยกันมากกว่านี้ ตอนนี้เธอไปได้แล้ว”

ผมยกมือไหว้ ลุกจากเก้าอี้ ก่อนเดินออกจากห้อง ผมหันมาเพื่อจะบอกอะไรอีกนิดหน่อย ดูเหมือนเธอจะสังเกตอาการผมออก “อยากบอกอะไรอีกไหม”

“ผมเสียใจที่คุณไม่มีโอกาสได้เขียนหนังสือต่ออีกแล้ว เหตุการณ์วันนั้นมันไม่น่าเกิดขึ้นเลย”

เธอนิ่งไปแป๊บหนึ่ง หันหน้ามองก้อนเมฆนอกหน้าต่าง “ฉันก็คิดไม่ถึง แค่จะไปซื้อของแค่นั้นเอง” 

“ขอบคุณนะครับ คุณ สุวรรณี สุคนธา” ผมยกมือไหว้เธออีกครั้ง แล้วออกจากห้องมา….
.

.
หนังสือ : ดอกรักบานสาย (รวมเรื่องสั้น)

ผู้เขียน : สุวรรณี สุคนธา 

สำนักพิมพ์ : ฟรีฟอร์ม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *