การเต้นรำในบทเพลงแห่งความทรงจำ

ภาพปก : Principia

 

 

ย่านบางลำภูอากาศร้อนอบอ้าวเช่นทุกคืน เหงื่อซึมผิวกายจนต้องหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับตามซอกคอ มีบางช่วงที่สายลมอ่อนพัดมากระทบกาย มันช่วยคลายความร้อนภายในตัวลงได้บ้าง ร้านรวงต่างๆ เตรียมตัวเข้าสู่ภวังค์แห่งการหลับใหล หนุ่มสาวต่างชาติคู่หนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังแหล่งรวมความบันเทิง ถนนของคนที่อยากหลบหลีกความจริงและเป็นพื้นที่แห่งความฝันของใครหลายคน ผมเดินตามถนนเส้นหลักก่อนตัดเข้าซอยเล็กๆ และหยุดยืนหน้าบาร์แห่งหนึ่ง ที่ดูไม่เป็นที่สังเกตของคนทั่วไปมากนัก ถึงอย่างไรเสีย การได้หยุดพักในสถานที่เงียบๆ และมีเบียร์เย็นๆ สักแก้วคงช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้บ้าง ผมคิดข้ออ้างเข้าข้างตัวเองก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าไปภายในบาร์แห่งนี้

ด้านในของบาร์ตกแต่งเรียบง่าย เคาน์เตอร์ทำจากไม้ พื้นทางเดินฉาบด้วยปูนขัดมัน    ตามฝาผนังประดับด้วยรูปภาพดาราฝรั่งยุคเก่าหลายคน ภาพแรกที่สะดุดตาคงเป็นสายตาเซ็กซี่ของสาวทรงเสน่ห์คู่นั้น ที่ทำให้ใจของผู้ชายละลายได้ในชั่วพริบตา ถัดไปคือ ภาพราชาร็อคแอนด์โรลที่พ่อชอบเอาเพลงเขามาเล่นคู่กับแม่ในค่ำคืนแสนโรแมนติกที่สุด ถัดลงมาด้านล่างเป็นภาพรอยยิ้มนัยน์ตาหยี่ของชายผิวสีที่ในมือถือทรัมเป็ตสีเหลืองทอง เสียงแหบพร่าที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาในบทเพลงแสนหวานได้บอกผมว่า ชีวิตนั้นงดงามเพียงใด

ผมนั่งลงที่โต๊ะในมุมที่ดูหลบหลีกสายตาจากผู้คน ก่อนจะสั่งเบียร์เย็นๆ หนึ่งแก้ว ภายในร้านมีลูกค้าไม่มากนักและบนเวทีไม้มีหญิงสาวในชุดสีแดงยืนจับขาไมโครโฟนรอจังหวะและเริ่มเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเป็นเพลง Someday ของ The Strokes ในสไตล์ Casablanca เสียงดนตรีที่สอดรับกับพลังเสียงของเธอสะกดใจให้คล้อยตามไปกับบทเพลงที่บอกเล่าความรู้สึกของคู่รัก   ที่เลิกรากัน ความสุขในการนึกถึงวันเก่าๆ เป็นเพียงการบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นหลังการจากลา ถึงแม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามปรับความรู้สึกได้ดีเพียงใด แต่การกลับมาเจอกันใหม่อีกครั้ง ก็อาจเป็นได้เพียงแค่คนแปลกหน้าของกันและกัน เนื้อเพลงแสนเศร้าในดนตรีแสนหวานช่วยให้เบียร์คืนนี้อร่อยเสียจริง ผมคิด

ในขณะที่รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในการทำงาน บทเพลงหนึ่งก็ถูกบรรเลงขึ้นเป็นแนวเพลง Soul ดนตรีที่อยู่ในยุค Old Hollywood และด้วยเสียงที่ดูเหมือนกระซิบกระซาบ และลากยาวจนก้องกังวานจึงต้องหันกลับไปดูเวทีอีกครั้ง เพลงนี้ทำให้นึกถึงความฝันเรื่องหนึ่ง  ที่ติดค้างอยู่ในใจ ภายในฝันผมยืนมองดูพ่อกับแม่เต้นรำกัน เคล้าคลอดนตรีในยุคเดียวกันกับเพลงนี้และมีเพียงสิ่งเดียวที่ชัดเจน คือ รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าเรียวงามของแม่ เป็นรอยยิ้มที่ติดอยู่ในความทรงจำไม่เคยเลือน ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นยังคงเป็นคำถามที่คาใจเรื่อยมาและได้แต่หวังว่าสักคืนหนึ่งจะได้กลับเข้าไปในฝันนี้อีกครั้ง

ร้านใกล้ปิด เสียงดนตรีจบลง ทุกคนเริ่มเก็บของ ผมจึงเรียกพนังงานมาจ่ายเงินและเดินไปยังห้องพักที่มีวิวด้านหลังเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ในยามค่ำคืนจะมีแสงไฟจากอาคารฝั่งตรงข้ามส่องประกายระยิบระยับและมีเสียงจากเรือที่แล่นผ่านดังมาเป็นระยะ ผมเปิดประตูเข้าห้อง จัดวางสัมภาระให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบซองกระดาษเล็กๆ ที่รวบเก็บพร้อมเงินทอนออกจากกระเป๋ากางเกงวางลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนถอดเสื้อผ้าและเดินเข้าห้องน้ำ

หลังจากจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อย ผมล้มตัวนอนลงบนเตียงในท่าที่สบายตัวและเริ่มคิดถึงบทเพลงที่ได้ฟังในบาร์อีกครั้ง

I like the snake on your tattoo
I like the ivy and the ink blue
Yayo
Yes, you
Yayo

ฉันชอบรอยสักรูปงูของคุณ
ฉันชอบดอกไอวี่และหมึกสีน้ำเงินนั้น
ที่รัก
ช่คะ ที่รัก
ที่รัก

You have to take me right now
From this dark trailer park life now
Yayo
How now
Yayo

คุณต้องพาฉันไปตอนนี้เลยนะ
ออกไปจากชีวิตที่มืดมนในขณะนี้
ที่รัก
ตอนนี้เลยดีไหม
ที่รัก

เสียงบทเพลงในความทรงจำกล่อมให้อยู่ในวังวนแห่งความมืดมิด จมอยู่ในก้นบึ้งของความรู้สึก ผมมองสำรวจสิ่งรอบกาย แต่มองไม่เห็นอะไรนอกจากมือของตัวเอง ท่ามกลางความมืดที่ไร้การเคลื่อนไหว สิ่งที่สัมผัสได้มีเพียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาและแรงอัดที่หนักหน่วงผลักให้ร่วงหล่นลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว ผมสะดุ้งตื่น และได้ยินเสียงฝนโปรยปราย ช่างเพิ่มความอบอ้าวภายในห้องเสียจริง ผมลุกออกจากเตียงเดินไปดื่มน้ำและนั่งฟังเสียงฝนตก

ทำไมฝันแบบนี้อีกแล้ว..

แสงอาทิตย์ส่องกระทบตาปลุกให้ผมตื่น ลุกขึ้นไปหยิบบทพูดที่เขียนร่างไว้มาทบทวน ความกังวลที่มีต่องาน ทำให้นอนพักผ่อนไม่เพียงพอจึงส่งผลให้รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย      ถึงแม้ว่าการแสดงงานที่หอศิลป์ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ก็ยังคงรู้สึกประหม่าเหมือนเช่นทุกครั้ง และก่อนออกจากห้องผมได้หยิบซองกระดาษเล็กๆ ติดตัวไปด้วย สิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจในวันนี้ ขอให้ขายงานได้ด้วยเถิด เสียงภาวนาในใจ

สูจิบัตรถูกแจกให้แก่นักธุรกิจต่างชาติและคนไทยกระเป๋าหนักที่กำลังทยอยมาร่วมงาน  ผมเดินเข้าห้องที่จัดเตรียมไว้สำหรับพนักงานเพื่อเรียกความมั่นใจของตัวเอง ก่อนที่พิธีกรจะเริ่มพูดทักทายเพื่อเรียกความสนใจของผู้ชมงาน ไม่นานนักก็เป็นเวลาที่ผมจะต้องพูดแนะนำและเสนอผลงานชิ้นต่างๆ น่าแปลกใจที่อาการประหม่าลดลง อีกทั้งยังมีคำพูดที่สนุกสนานชวนให้ทุกคนหัวเราะได้อีกด้วย ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติกว่าทุกครั้ง แต่ก่อนจะจบการพูดในครั้งนี้ ทันใดนั้นเอง บทเพลงก็ถูกบรรเลงขึ้นท่ามกลางผู้คนมากมายภายในห้องที่เงียบสงบ ผมกวาดตามองรอบห้องเพื่อหาจุดกำเนิดเสียง แต่แล้วบทเพลงก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงปรบมือของทุกคน เมื่อกล่าวคำขอบคุณและยื่นไมโครโฟนให้กับพิธีกร สายตาได้เหลือบไปเห็นหญิงสาวในชุดเดรสสีขาว รอยยิ้มของเธอทำให้ความตื่นตัวเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จึงรีบเดินตรงไปหาเธอ แต่เธอหายไปกับผู้คนที่กำลังเดินอยู่รอบห้อง ผมเดินตามหาทั่ว   หอศิลป์และนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ซ้ำไปซ้ำมา

การจัดงานแสดงในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น ผมเดินไปที่บาร์และนั่งลงที่โต๊ะตัวเดิม เบียร์เย็นหนึ่งแก้วถูกวางลงตรงหน้า คืนนี้ไม่มีวงดนตรี มีแต่เพียงเสียงจากแผ่นเพลงของ Frank Sinatra ดังมาเป็นระยะ บทเพลงที่พ่อมักเปิดให้ฟังเมื่อครั้งผมยังเป็นเด็ก ในตอนนั้นครอบครัวของผมมีพร้อมทุกอย่าง พ่อที่ขยันทำงานเลี้ยงดูครอบครัว แม่จะคอยดูแลเรื่องต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ส่วนผมเป็นลูกชายคนเดียวที่ถูกพ่อกับแม่ตามใจมากพอสมควร ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงอยู่ในความทรงจำ เป็นช่วงเวลาที่มีความสุข แต่เนื่องจากบริษัทที่พ่อทำงานได้ปิดกิจการลงในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ พ่อต้องออกจากงานจึงทำให้ครอบครัวเกิดความขัดสน จากนั้นพ่อจึงกลายเป็นคนติดเหล้าและเริ่มมีผู้หญิงอื่นเข้ามาเกี่ยวพัน แต่กว่าพ่อจะรู้ตัวอีกครั้ง แม่ก็หายตัวไปเสียแล้ว ผมโกรธและเสียใจมากจนคิดว่าพ่อเป็นสาเหตุที่แม่จากไปจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่น หลังจากที่ต้องดิ้นรนส่งตัวเองเรียนจนจบก็ได้กลับบ้าน สภาพของพ่อในตอนนั้นเป็นตาแก่ที่ผมไม่อยากรู้จัก พ่อติดเหล้าเรื้อรัง ทุกครั้งที่ตื่นพ่อจะถามถึงขวดเหล้าและเมื่อเข้าสู่ความเมาก็เพ้อหาแม่ ทุกอย่างแย่ลงตั้งแต่แม่หายไป

เมื่อไรที่ย้อนนึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ก็รู้สึกเสียใจทุกครั้ง ผมถอนหายใจ สลัดความรู้สึกนี้ออกไป แต่ในช่วงเวลาเพียงไม่นาน ผมก็เริ่มคิดถึงรอยยิ้มของแม่อีกครั้ง พยายามเค้นสมองอย่างหนักเพื่อคิดถึงรายละเอียดในความฝัน มีอะไรบ้างที่จำได้ แม่เต้นรำในห้องอะไร ที่ไหน ทำอย่างไรจึงจะกลับไปในฝันได้อีกครั้ง คำถามมากมายที่ไร้คำตอบทำให้เกิดความรู้สึกว้าวุ่นและหงุดหงิด หลังจากฟังเพลง Stand by me ของ Ben E King จบลง ผมจึงจ่ายเงินและเดินกลับห้องพักพร้อมซองกระดาษเล็กๆ ซองใหม่

เมื่อมาถึงห้องพัก อารมณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผมรีบจัดแจงตัวเองให้เรียบร้อยก่อนปิดไฟและล้มตัวลงนอน ในความมืดมิดยิ่งทำให้บทเพลงเริ่มบรรเลงได้ชัดเจนมากขึ้น เนื้อเพลงค่อยๆ กดทับกระแสความนึกคิดให้เลือนหายไป

Put me onto your black motorcycle
50’s baby doll dress for my “I do”
It only takes two hours to Nevada
I wear your sparkle, you call me your mama

ให้ฉันนั่งรถมอเตอร์ไซค์สีดำของคุณสิที่รัก
ในชุดแต่งงานยุค 50 สำหรับคำตอบของฉัน
มันใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงก็ถึงเนวาด้า
ฉันสวมแหวนที่เปล่งประกายของคุณ เรียกฉันว่า ยอดรักของคุณสิ

ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่ง สายตาปรับให้คุ้นชินกับความมืดอีกครั้ง แต่ยังคงมองไม่เห็นสิ่งใด นอกจากมือทั้งสองข้างเช่นเดิม คราวนี้ผมนั่งลงบนพื้น พยายามรวบรวมสติภาวนาถึงสิ่งที่ต้องการ แต่แล้วก็มีเสียงดนตรีดังแว่วมาจากทิศทางไหนสักแห่ง ผมลุกขึ้นยืนมองหาจุดกำเนิดของเสียง ในชั่วขณะนั้นเกิดจุดเล็กๆ สีขาวที่กำลังขยายออกเป็นวงกว้างท่ามกลางความมืดมิด  มีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวที่แสงสว่างดังกล่าว ใจที่สั่นระรัวและภาพในตาเริ่มชัดเจนขึ้น

ใบหน้าเรียวงามเข้ากับทรงผมที่ผูกมัดอย่างเรียบร้อย ชุดเดรสด้านบนเป็นผ้าลูกไม้คอเปิดกว้างแขนยาวพอดีศอก ช่วงเอวเก็บเข้ารูปเน้นทรวดทรงอวบอิ่ม กระโปรงบานยาวคลุมลงเหนือเข่าและรองเท้าหุ้มส้นสีขาวเข้าชุด เมื่อเธอเดินมายืนอยู่ตรงหน้า เกิดความประหม่าขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะถามว่า “คุณครับ คุณมาได้อย่างไร?” รอยยิ้มที่อบอุ่นถูกส่งมายังหัวใจดวงนี้ นัยน์แววตาคู่นั้นทำให้รู้สึกตื่นเต้นจนกล้ามเนื้อแขนและขาเกร็งกระตุก “ฉันต้องไปแล้ว” เธอพูดแล้วจึงหันหลังกลับจนชายกระโปรงสะบัดพลิ้ว และก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายหยุดค้างเหมือนหัวใจหยุดเต้น คำพูดที่ตะโกนไปหลายครั้งว่า “อย่าเพิ่งไป” ไร้ความหมาย ไม่มีสิ่งใดหยุดเธอได้ ผมจึงรีบตามไป ระยะห่างที่ดูเหมือนใกล้แต่ก็ไกล วิ่งไปนานเท่าไรก็ไม่ถึงเสียที เธอหายลับไปพร้อมแสงสว่างที่ค่อยๆ จางลงจนกลายเป็นความมืด เสียงลมหายใจเร็วและถี่ขึ้น เท้ายังคงก้าวไปเบื้องหน้า ไร้ทิศทาง ไร้เป้าหมาย

คอที่แห้งราวผงทรายบังคับให้ผมต้องลุกขึ้นไปดื่มน้ำในเวลาตีสาม เกิดความรู้สึกสับสนและเหนื่อยล้าจนต้องนั่งพักที่เก้าอี้และพยายามคิดทบทวนเรื่องราวใหม่อีกครั้ง

หญิงสาวคนนั้นคือใคร?
ถ้าวิ่งตามเธอเข้าไปในแสงได้ จะเกิดอะไรขึ้น?
ทำอย่างไรดีจึงจะได้คำตอบ?

Let me put on a show for you, daddy
Let me put on a show
Let me put on a show for you, tiger
Let me put on a show

ให้ฉันได้แสดงการเต้นเพื่อคุณ ที่รัก
ให้ฉันได้แสดงมัน
ให้ฉันได้แสดงการเต้นเพื่อคุณ ที่รัก
ให้ฉันได้แสดงเถิด

ความต้องการในการหาคำตอบทำให้รู้สึกกระสับกระส่ายว้าวุ่นใจจนผมต้องเดินวนไปรอบห้อง แต่แล้วก็ต้องหยุดยืนหน้ารูปถ่ายที่วางไว้ข้างเตียง ใบหน้าแสนอบอุ่นส่งรอยยิ้มที่โอบกอดความท้อแท้ภายในใจ “คิดถึงแม่ อยากเจอแม่เหลือเกินครับ” ผมพูดด้วยความสิ้นหวังที่กำลังกัดกร่อนหัวใจที่แสนหดหู่ ความปรารถนาในหัวใจคงไม่มีสิ่งใดสำคัญมากไปกว่านี้อีกแล้ว      จึงตัดสินใจเดินไปหยิบซองกระดาษเล็กๆ ที่โต๊ะทำงาน ฉีกซองเทผงสีขาว คนเคล้ากับน้ำ   ควาญหาเข็มฉีดยาในความมืดสลัว จากนั้นจึงบรรจงฉีดมันเข้าเส้นเลือดที่ข้อพับแขน หัวเข็มที่ใหญ่กว่าปกติทำให้รู้สึกเจ็บกว่าทุกครั้ง แต่ผมตั้งใจแล้วว่าจะหยุดความทรมานนี้เสียที

I need you like a baby when I hold you
Like a druggy, like I told you
Yayo
Yeah, you
Yayo

ฉันต้องการคุณเหมือนเด็กน้อยที่โอบกอดคุณ
เหมือนคนติดยา เหมือนกับที่ฉันเคยบอกคุณ
ที่รัก
ใช่คะ..คุณนั่นแหละ
ที่รัก

ผมขดตัวลงบนพื้น นอนมองประตูห้องผ่านความมืด เม็ดเหงื่อผุดตามร่างกาย ความเย็นแผ่ซ่านกระจายทั่วตัว ผมยื่นมือออกมาดูเช่นทุกครั้ง แต่มันซ้อนทับกันไม่เป็นภาพ กล้ามเนื้อบางส่วนสั่นกระตุก ผมพยายามควบคุมสติจ้องมองภาพเบื้องหน้าอีกครั้งและสิ่งที่คาดหวังไว้จึงเกิดขึ้น เสียงเปียโนถูกบรรเลงเป็นประกายแพรวพราวเข้ากับจังหวะเสียงดีดกีต้าร์โปร่ง ประคองด้วยเสียงทุ้มต่ำจากดับเบิ้ลเบส ประตูถูกเปิด หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวปรากฏตัว เธอส่งรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นพร้อมทั้งพูดว่า “ตามฉันมาสิ” ผมรีบพยุงตัวลุกขึ้นและเดินตามเธอไป

แสงไฟในห้องสาดแสงประกายสดใสเผยให้เห็นโต๊ะกลางห้อง ที่เต็มไปด้วยอาหารจานโปรด มีแจกันทรงสูงปักดอกกุหลาบสีแดงดอกหนึ่ง แก้วใส่ไวน์สะท้อนแสงระยิบระยับ ไร้ความเคลื่อนไหวในนาฬิกา ทุกอย่างหยุดนิ่งจับจ้องที่ชายหญิงคู่หนึ่ง พ่อยืนกุมมือและโอบเอวแม่เต้นรำ ส่ายเอวเพียงเล็กน้อยตามจังหวะเพลงที่เชื่องช้า ใบหน้าของแม่ประดับไปด้วยรอยยิ้มเป็นประกายในแววตา ทั้งคู่จ้องมองซึ่งกันและกัน พ่อได้กระซิบบางอย่างข้างหูแม่ คำพูดเหล่านั้นคือเวทมนตร์หรืออย่างไร จึงทำให้แม่ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาได้เช่นนั้น ช่างมีความสุขเหลือเกิน แต่แล้วหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวก็เดินเข้ามา เธอคล้ายกับแม่มาก เธอกวักมืกเรียกให้ผมเข้าไปหาก่อนที่จะเดินเข้าร่วมเต้นรำกับพ่อ หญิงทั้งสองซ้อนทับเป็นหนึ่งเดียว คำตอบประจักษ์ขึ้นในใจจนผมเผลอยิ้มไปกับภาพเบื้องหน้า

ในขณะนั้นเองเสียงน้ำจากก๊อกไหลลงอ่างล้างจานและมันกำลังเอ่อล้น ทั้งสองคนอยู่ในโลกของพวกเขาและคงไม่ได้สังเกตเห็นน้ำที่กำลังไหลลงพื้นห้อง อยากจะเดินเข้าไปปิดก๊อกน้ำนั่นเสียจริง แต่ก็ไม่อาจทำลายช่วงเวลาที่แสนงามเหล่านี้ได้ ผมยืนดูพวกเขาโอบกอดกัน รอยยิ้มระเรื่อบนใบหน้าพ่อและแม่ บทเพลงไหลวนไม่จบสิ้น น้ำที่กำลังท่วมห้อง..
และตอนนี้กำลังท่วมใจของผมเช่นกัน

Hello, heaven, you are a tunnel-lined
With yellow lights on a dark night
Yayo
Yes, you
Yayo

โอ้..สวรรค์ คุณคือเส้นนำทางที่ทอดยาว
แสงสว่างสีเหลืองในค่ำคืนแสนมืดมิด
ที่รัก
ใช่..คุณนั่นแหละ
โคเคน (ที่รัก)

 

(เครดิตเพลง : Yayo นักร้อง : Lana Del Rey)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.