Sex through history

EVERYTHING IN THE WORLD
IS ABOUT SEX EXCEPT SEX.  
SEX IS ABOUT POWER.          
                  – OSCAR WILDE

 

Early Desire ประวัติศาสตร์ใต้สะดือ เป็นหนังสือเกี่ยวกับเพศและเซ็กส์ของมนุษย์ยุคโบราณที่เขียนโดยคุณ โตมร ศุขปรีชา ขอบอกว่ารู้สึกเคอะเขินทุกครั้ง เวลาหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านบนรถไฟฟ้า อาจเพราะคำว่า ใต้สะดือ ที่ทำให้แอบกังวลใจว่าคนรอบข้างจะหาว่าเป็นคนหมกมุ่น (พลังมโนบวก 10) แต่เพราะยังมีคำว่า ประวัติศาสตร์ กำกับไว้ ทำให้สามารถชูคอประดุจนกยูงรำแพนหางยืนอ่านมันอย่างมั่นใจ ฉันอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ย่ะ!

ฉันได้หนังสือเล่มนี้มาจากการจับฉลากแลกหนังสือกันภายในกลุ่มสมาชิกรุ่นบุกเบิกของ BOOKster ในวันปีใหม่ กว่าจะหยิบมาอ่านได้ก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งปีซะแล้ว 555555+ ซึ่งหลังจากอ่านจบก็แอบอยากหาหนังสือแนวๆ นี้มาอ่านเพิ่มเติม เพราะรู้สึกว่ามันสนุกดี (นั่น ติดใจ)

ชอบที่มีการหยิบยกข้อมูลจากชิ้นส่วนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบและนำมาตีความกัน มีการหยิบยกข้อโต้แย้งในหมู่นักวิทยาศาสตร์ นักโบราณคดี และแพทย์ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านสนุกมากขึ้น ให้ความรู้สึกว่าเราไม่ได้กำลังอ่านแค่หนังสือ แต่กำลังร่วมถกเถียงกับเบาะแสต่างๆ ที่ปรากฎอยู่ในชิ้นส่วนหลักฐานที่ค้นพบ

คุณไม่อยากรู้เหรอว่าบรรพบุรุษของเราใช้ ‘ดิลโด้’ กันรึเปล่า? ถ้ามี มันจะมีหน้าตาหรือลักษณะอย่างไร? มีรูปมั้ย? ฮาาาาาาาาาา

หรือจะเป็นการค้นพบมัมมี่เพศชายใต้ธารน้ำแข็งบริเวณเทือกเขาแอลป์ที่มีอายุกว่าห้าพันปี แถมเขายังมีขนาดอวัยวะเพศที่เล็กมากจนไม่รู้ว่ามันหดหรือมันหายไป เอ๊ะ! หรือเขาจะเป็นเกย์? แล้วเขาตายอีท่าไหน? แล้วในอวัยวะเพศของเขาจะมีอสุจิหลงเหลืออยู่มั้ย? เอามาผสมเทียมกับผู้หญิงในยุคปัจจุบันได้รึเปล่า?

หรือในขณะที่ผู้ชายยุคปัจจุบันแข่งขันกันเรื่องความใหญ่ยักษ์ของอวัยวะเพศ ทำไมรูปปั้นกรีกโบราณถึงปั้นให้อวัยวะเพศชายมีขนาดเล็กนัก หรือเจ้าโลกของมนุษย์ยุคโบราณจะมีขนาดเล็กเหมือนมัมมี่นั่นจริงๆ… เรื่องนี้มีข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์ นักโบราณคดีที่ชูทฤษฎีต่างๆ ถึงวิวัฒนาการของไอ้น้องชายของมนุษย์ที่เคยอยู่ด้านหลังในแรกเริ่มเดิมทีตั้งแต่ยังไม่เดินสองขา จนมาตั้งโด่ชี้ชูชันโชว์ความล้ำและมีความใหญ่ ยาวถึงคออย่างประเทศคองโกได้ในทุกวันนี้

ทั้งยังมีการค้นพบเหรียญประหลาดของยุคเหล็กที่ด้านหนึ่งเป็นตัวเลข ส่วนอีกด้านเป็นรูปการร่วมเพศ!!?! ที่ศึกษาไป ศึกษามา มันดันเป็นเหรียญที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในยุคที่อุตสาหกรรมทางเพศรุ่งเรืองที่สุด เอาไว้สำหรับซื้อขายบริการทางเพศจากโสเภณี นั่นเอง

แล้วก็ยังมีเรื่องของมนุษย์ยุคโบราณที่แต่งตัวข้ามเพศ บ้างมีสถานภาพทางเพศที่คลุมเคลืออย่าง อินารี ผู้นำการประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ของชาวไซเธีย บ้างเป็น นักรบไซเธีย ที่ถูกขนานนามว่าเก่งเพียงในสนามรบแต่ไร้สมรรภภาพในสนามรัก บ้างเป็นกลุ่มหมอผีที่ถูกทำการตอน อย่าง เบอร์ดาเช ของเผ่าอินเดียนแดง หรือจะ มาฮู ของชาวเกาะฮาวายและตาฮิติ ฯลฯ พวกเขาเป็นเกย์ กระเทย หรือเป็นแค่ผู้ไร้สมรรถภาพทางเพศเท่านั้น?

ฉันชอบประโยคบางส่วนในหนังสือเล่มนี้มาก

“…เราไม่อาจนำเอาวีธีคิด กรอบความคิด และการให้ความหมายในปัจจุบันไปทาบเทียบ แล้วบอกว่าอินารีคือกระเทยในยุคปัจจุบันได้ เนื่องจากบริบทของสังคมย่อมแตกต่างกัน”

“…แม้มีมากกว่าสองเพศ ทว่าคนโบราณเหล่านี้มิได้สับสน หากชัดเจนในบทบาทหน้าที่ของแต่ละเพศโดยไม่ต้องซุกซ่อนหรือบดบัง”

“รูปปั้นวีนัสที่ค้นพบก็ถือได้ว่าเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่แสดงให้เราเห็นถึงความเปลือยเปล่าของมนุษย์ แถมยังเป็นความเปลือยเปล่าที่สบายอกสบายใจ คือไม่ต้องปกปิดร่างกาย แต่ ‘โชว์’ หุ่นอวบอ้วนให้เห็นอย่างตรงไปตรงมา”

แอบอิจฉาที่ผู้หญิงในยุคโบราณสามารถเปลือยเปล่าได้โดยไม่ต้องสนใจสายตาใครหน้าไหน ดูเย็นสบายดี 55555+ และยังรู้สึกว่าคนในยุคโบราณเขาดูเปิดเผยมากกับเรื่องเซ็กส์ แตกต่างจากคนบางยุค ที่พยายามปกปิด ซุกซ่อนชิ้นส่วนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่นำมาจัดแสดงโชว์แก่ชาวโลก เพียงเพราะรู้สึกกระดากอายกับเรื่องพรรค์นี้ และคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ไม่เหมาะที่จะเปิดเผยให้สังคม โดยเฉพาะเยาวชนให้ได้เห็นเรื่องลามกผิดธรรมชาติเหล่านี้ ยังรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่เกิดมาในยุคที่เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องที่เปิดกว้างมากขึ้น ทำให้ได้เห็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ถูกนำมาเปิดเผยให้ได้ศึกษากันในที่สุด

มีฉากหนึ่งในซีรี่ย์เรื่อง Spartacus ที่ถ่ายทอดวิธีการร่วมรักของเจ้านายในสมัยนั้น โดยมีเหล่าทาสซึ่งจะได้รับอนุญาตให้สัมผัสของลับของเจ้านายเพื่อทำการเล้าโลมและปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศของทั้งสองฝ่ายให้พร้อมสำหรับประกอบกิจกรรมเข้าจังหวะ จำได้ว่าตอนนั้นถึงกับอึ้งและรู้สึกขำว่า “แบบนี้ก็ได้เหรอ?”

แต่พวกเราต่างรู้ดีอยู่แล้วว่าเซ็กส์กับมนุษย์เป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร เพราะมันเป็นกลไกทางธรรมชาติเพื่อการสืบพันธุ์ของสัตว์สิ่งมีชีวิต มันเป็นแบบนั้นเสมอไม่ว่าจะอยู่ในยุคไหน เซ็กส์ถือเป็นกิจกรรมที่ให้ความสำราญกับร่างกายของตนมาโดยตลอด ไม่แปลกเลยที่บรรพบุรุษของเราจะเฝ้าหาวิธีใหม่ๆ และลองผิดลองถูก เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับร่างกายในรูปแบบต่างๆ เฉกเช่นมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ขึ้นชื่อว่า ‘เซ็กส์’ สำหรับมนุษย์แล้ว ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ อะไรที่นำมาสอดใส่ในอวัยวะเพศตนและทำให้ฟินได้ ก็ได้หมดทั้งนั้น ฮาาาาาาาาาาาาาาาา

จะผิดปกติ หรือเป็นปกติตามวิถีคนธรรมดาทั่วไป มันก็เป็นเรื่องของรสนิยมทางเพศส่วนบุคคลล้วนๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *