เพลงรักนิวตริโน

 

🎵 Sonatine Bureaucratique – Erik Satie 

เราจะพิสูจน์การมีอยู่ของตัวเองได้อย่างไร…

นี่เป็นคำถามที่ปรากฏขึ้นมาภายในความคิด ระหว่างที่ฉันกำลังจมอยู่กับตัวอักษรในนวนิยายเล่มที่สี่ของ อนุสรณ์ ติปยานนท์

เราอาจมีตัวตนในห้วงความทรงจำของใครบางคน แต่เราจะคงอยู่เช่นนั้นไปได้ตลอดงั้นหรือ…

ฉันถามตัวเองอีกครั้ง

เพลงรักนิวตริโน” เป็นนวนิยายที่ทำให้ฉันนั่งนิ่งอยู่กับตัวเอง ปล่อยให้พายุภายในความคิดแล่นถล่มทุกความเชื่อมั่น ทั้งความจริง การมีอยู่ หรือตัวตนของฉัน… 

“เราจะเข้าถึงความจริงไปทำไม เมื่อไม่มีความจริงที่แน่นอน ไม่มีความจริงที่เที่ยงแท้ในโลกนี้ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องราวของจัสมิน หลิง ต่อให้ผมยืนยันว่าได้อยู่ร่วมกับเธอในฐานะคนรัก แต่สำหรับคนอื่นแล้ว นี่อาจเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง ความจริงสำหรับเรา อาจไม่ใช่ความจริงสำหรับคนอื่น และความจริงสำหรับคนอื่น อาจไม่ใช่ความจริงสำหรับเรา ความจริงเป็นสิ่งสัมพัทธ์สำหรับผม ไม่ใช่สิ่งสมบูรณ์ที่มีคุณค่าใดเลย”  – สมิทธิ

หนังสือเล่มนี้เริ่มต้นเรื่องราวด้วยการลาจาก การพลัดพราก การสูญหาย ‘สมิทธิ’ สูญเสียภรรยาของเขาไปหลังจากอยู่ร่วมกันได้เพียงสามเดือน อันเป็นสามเดือนแห่งความสุขภายในห้วงความคิดของสมิทธิ และแม้ว่าร่างกายภรรยาของเขา ‘จัสมิน หลิง’ จะสูญสลายหายไปจากโลกใบนี้ แต่ตัวตนของจัสมิน หลิง ไม่เคยหายไปจากความทรงจำของเขาเลย และในค่ำคืนหนึ่ง เขาก็ได้พบเจอเธออีกครั้งผ่านหนังเงียบที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรทัศน์ โดยที่ไม่รู้เลยว่าพายุไต้ฝุ่นลูกใหญ่กำลังถาโถมเข้าหาเขาในอีกไม่ช้าหลังจากนั้น

“เราไม่มีเวลามากนักที่จะรักใครต่อใครได้ไม่รู้จักพอ

แต่เราก็มีเวลาเพียงพอที่จะรักใครคนหนึ่งได้มากแสนมาก” -สมิทธิ

ทุกๆ ครั้งที่พลิกกระดาษหน้าถัดไป และถัดไปของนวนิยายเรื่องนี้ ฉันได้แต่ตั้งคำถามถึงการมีตัวตนของตัวละครต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นมา เหมือนกำลังเล่นเกมสืบสวนสอบสวนที่ฉันต้องระแวดระวังอยู่ตลอด เพราะหากคลาดสายตาไปเพียงนิดเดียว นั่นอาจทำให้ฉันหลงทาง  และที่สำคัญคือนวนิยายเรื่องนี้ยังทำให้ฉันกลับมาระแวดระวังตัวเองด้วยการการตั้งคำถามต่อการมีอยู่ของตนเอง ฉันคือใคร ฉันมีตัวตนจริงๆ หรือไม่ แล้วฉันจะพิสูจน์ได้อย่างไร 

หรือว่าบางที…ฉันอาจจะไม่ได้มีตัวตนอยู่เลย?

สำหรับฉันแล้ว “เพลงรักนิวตริโน” ได้สร้างคำถาม แต่ไม่ได้ให้คำตอบอย่างชัดเจน สิ่งสำคัญของนวนิยายเรื่องนี้คือเป็นเข็มทิศเล็กๆ ที่ช่วยให้ฉันเดินตามหาคำตอบนั้นด้วยหัวใจของตน

งานของอนุสรณ์ ไม่เคยบอกว่าอะไรเป็นสีขาว อะไรเป็นสีดำ แต่งานของอนุสรณ์ค่อยๆ ทำให้ฉันเรียนรู้ที่จะอยู่ภายใต้เมฆหมอกทึบทึมสีเทา ปล่อยให้คุ้นชินกับหมอกจางๆ ที่พร่ามัว ก่อนที่คำตอบจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นตรงหน้า

เรามีตัวตน ก็เพราะว่าเราอยู่ในความทรงจำของใครบางคน เรามีตัวตนก็เพราะเราได้เป็นส่วนหนึ่งของเขาคนนั้น

สมิทธิไม่เคยลืม ‘จัสมิน หลิง’ ภรรยาผู้งดงามของเขา สมิทธิไม่เคยลืม ‘ฟุก จื่อหลง’ ชายผู้เข้ามาในชีวิตเพื่อทำให้เขาเรียนรู้ที่จะเผชิญโลกอย่างโดดเดี่ยว สมิทธิไม่เคยลืม ‘ฝน’ หญิงสาวผู้เป็นรักแรกในรั้วมหาวิทยาลัยคนนั้น และนั่นทำให้ตัวละครเหล่านี้ยังมีชีวิตและโลดแล่นอยู่บนหน้ากระดาษอยู่เสมอ เหมือนดั่งสิ่งๆ หนึ่ง สิ่งที่มนุษย์ไม่เคยได้พบเห็นหรือจับต้อง สิ่งที่บางครั้งฉันก็ต้องกลับมาตั้งคำถามถึงการมีตัวตนอยู่ของมัน และในท้ายที่สุดฉันก็พบว่าสิ่งๆ นั้นได้ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ลอยล่องอยู่ในอากาศ ซึบซาบอยู่ในหัวใจ สิ่งที่มนุษย์ทุกคนต่างรับรู้กันดี

ความรัก…

การที่ความรักคงอยู่กับมนุษย์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต นั่นเพราะมนุษย์นึกถึงความรักอยู่เสมอ ความรักว่ายวนอยู่ในทุกความคิดของเรา แม้มิอาจสัมผัสได้ แต่ทุกคนก็รับรู้การมีตัวตนของความรัก เช่นนั้นแล้วความรักจึงไม่เคยจางหายไปจากโลกใบนี้ 

หากเราได้อยู่ในความทรงจำของใครสักคน เหมือนที่ความรักมีตัวตนเพราะอยู่ในความคิดคำนึงของทุกสรรพสิ่งบนโลก เราเองก็อาจจะมีตัวตนอยู่ แม้ว่าร่างของเราจะสลายหายไป เหมือนตัวตนของจัสมิน หลิง ที่ปรากฏให้ฉันเห็นในหน้ากระดาษเสมอ เพราะเธอ…อยู่ในห้วงความคิดของสมิทธิทุกช่วงเวลา

แล้วคุณคิดว่าตัวเองมีตัวตนอยู่หรือเปล่าคะ…

 

คำเตือน : โปรดอย่าอ่านงานของอนุสรณ์ในยามดึก เพราะรู้ตัวอีกที คุณอาจได้ยินเสียงท้องร้องออกมาเสียแล้ว

theotherploy

I read, therefore I am | เป็นนักศึกษาเอกภาษาไทย เป็นนักอ่าน เป็นนักคิดเองเออเอง และมีความฝันอยากเป็นนักแบ่งปัน 🙂
  1. มะกอกอ่อน

    โรแมนติกจังเลยยย ตัวละครทุกตัวคงจะมีตัวตนได้ก็เพราะนักอ่านอย่างคุณ theotherploy นี่ละครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *