ร้านหนังสือเลขที่ 84 ถนนแชริงครอสส์

 

BOOKster.blog

กรุงเทพมหานคร

ประเทศไทย

6 มิถุนายน 2017

มาร์คส์ แอนด์ โค.

84 ถนนแชริงครอสส์

ลอนดอน ดับเบิลยู.ซี. 2

อังกฤษ

 

คุณ:

ไม่รู้ว่าผ่านมากี่สิบปีแล้วหลังจากจดหมายฉบับแรกของคุณเฮเลน แฮฟฟ์ ส่งไปถึงร้านหนังสือมาร์คส์ แอนด์ โค …เกือบ 70 ปีได้แล้วหรือเปล่าคะ

ไม่น่าเชื่อว่าจดหมายเหล่านั้น ต่อมาจะกลายเป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่บอกเหล่าเรื่องราวระหว่างคุณเฮเลน แฮฟฟ์ กับร้านหนังสือมาร์คส์ แอนด์ โค ที่ช่วยสร้างความอบอุ่นใจให้ฉันขนาดนี้ ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้ฉันเลือกเดินเข้าร้านหนังสือ แล้วหยิบหนังสือเล่มนี้ไปที่เคาท์เตอร์ และจ่ายเงินในทันที

หนังสือเล่มนี้ทำให้ฉันนึกถึงนวนิยายเรื่อง ‘สงครามชีวิต’ ของศรีบูรพา สิ่งที่ทำให้ฉันนึกถึงก็คงเป็นเพราะในหนังสือเล่มนี้ใช้กลวิธีการดำเนินเรื่องด้วยรูปแบบของจดหมาย ไม่ทราบว่าคุณเคยอ่านหนังสือของศรีบูรพาเล่มนั้นไหมคะ

ด้วยรูปแบบของจดหมาย ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องคลาสสิกที่คงคุณค่าอยู่เสมอ เหมือนกับว่าฉันได้กลับไปอ่านจดหมายเก่าๆ ของคุณปู่คุณย่าที่ไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ ลายมือที่วิจิตรบรรจง ความรู้สึกต่างๆ ที่ใส่ลงไปทีละตัวอักษร เรื่องราวที่เดินทางผ่านกาลเวลาและระยะทาง ความรู้สึกที่ได้รอคอย ความรู้สึกที่ตื่นเต้นระหว่างรอจดหมายหรือพัสดุ ความรู้สึกเมื่อได้เห็นคุณไปรษณีย์กดกริ่งที่หน้าบ้าน สิ่งเหล่านี้เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตอันแสนเร่งรีบของเราที่รูปแบบของจดหมายมอบให้

ฉันเองอยากส่งจดหมายถึงพวกคุณเพื่อบอกเล่าความรู้สึกที่มีต่อหนังสือเล่มนี้ ฉันคิดว่าความสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์เสมอ และความสัมพันธ์ระหว่างเฮเลน กับ ผู้คนในมาร์ค แอนด์ โค ก็ช่วยยืนยันความคิดนี้ให้ฉันได้เป็นอย่างดี คนที่อยู่ต่างถิ่นฐาน คนที่แม้ไม่เคยเจอหน้า แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข

แน่นอน ฉันชอบจดหมายโต้ตอบระหว่าง เฮเลน กับ แฟรงค์ โดล พนักงานแห่งร้าน มาร์คส์ แอนด์ โค ผู้ที่คอยช่วยเหลือและตอบจดหมายเฮเลนเสมอ แม้เรื่องจะเริ่มต้นที่การตามหาหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้ของเฮเลน  แม้ว่าแฟรงค์ก็หาให้ได้บ้างไม่ได้บ้าง และเฮเลนก็มักจะมีการทวงด้วยคำจิกกัดเล็กๆ อย่างน่ารัก เช่น

คุณว่องไวที่นับถือ-

คุณทำให้ฉันทึ่งจนหัวหมุนเชียวค่ะ กับการหาหนังสือของเลห์ฮันท์และไบเบิลพันธสัญญาใหม่ฉบับโรมันคาทอลิกมาให้ฉันได้รวดเร็วเหลือเกิน บางทีคุณอาจจะจำไม่ได้แล้ว แต่เวลามันล่วงมากว่าสองปีนะคะ นับตั้งแต่ฉันสั่งหนังสือทั้งสองเล่มนั้น ถ้าคุณยังทำงานด้วยความรวดเร็วขนาดนี้ต่อไป วันหนึ่งคุณต้องหัวใจวายเฉียบพลันเป็นแน่

แต่นอกเหนือสิ่งอื่นใด ฉันได้ค้นพบมิตรภาพอันแสนน่ารักและอบอุ่นของผู้รักหนังสือผ่านตัวอักษรของพวกเขา ความมีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้แทรกซึมไหลเวียนอยู่ในทุกหน้ากระดาษ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการเป็นลูกค้ากับผู้ขาย ก็พัฒนาไปสู่ความเป็นกัลยาณมิตรที่มีมากขึ้นตามจำนวนหน้ากระดาษที่เพิ่มขึ้น

และยิ่งในช่วงเวลาที่มนุษย์เพิ่งผ่านพ้นสงคราม หลายประเทศต้องเผชิญหน้ากับปัญหาขาดแคลนอาหาร รวมทั้งประเทศอังกฤษ อันเป็นสถานที่ตั้งแห่งร้านหนังสือเลขที่ 84 แห่งนี้ แต่หญิงสาวชาวอเมริกันนามเฮเลน แฮฟฟ์ก็ยังได้ส่งมอบน้ำใจผ่านอาหารหลากหลายชนิด เธอมอบให้แก่ผู้คนที่เธอไม่เคยแม้แต่ได้เห็นหน้า คนที่อยู่กันคนละผืนแผ่นทวีป ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ว่าเพียงแค่การรู้จักกันผ่านการซื้อขายหนังสือ จะสามารถก้าวข้ามความเป็นธุรกิจ ไปสู่ความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรไมตรีต่อกัน

ฉันคิดว่าโลกใบนี้คงจะดูงดงามมากขึ้น หากผู้คนรู้จักแบ่งปันเฉกเช่นเดียวกับผู้คนในหนังสือเล่มนี้ เพราะจากที่ทุกๆ คนใน มาร์คส์ แอนด์ โค ต่างล้วนได้รับมิตรภาพจากเฮเลน และพวกเขาก็ส่งมอบมิตรภาพนั้นคืนแก่เธอ สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันประจักษ์ว่าวลี “ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ” มันเป็นเช่นไร

นอกจากความอบอุ่นใจที่ฉันได้รับ ฉันยังรู้สึกสนุกในระหว่างที่เฮเลนตามหาหนังสือด้วยเช่นกัน ก็ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ จะไม่ ‘อิน’ เป็นพิเศษได้อย่างไร อย่างเช่นตอนที่เฮเลน ตามหา The Canterbury Tales ของ Chaucer แล้วฉันเคยอ่านมาก่อน มันทำให้ฉันรู้สึกว่า ‘นี่! เล่มนี้ฉันอ่านแล้ว’ ดูๆ ไปก็เหมือนเล่นเกมบิงโกว่าตัวเรากับเฮเลนเคยอ่านอะไรตรงกันมั้ย (แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ค่อยตรงก็ตามที ฮ่าๆ )

การอ่าน ‘ร้านหนังสือเลขที่ 84 ถนนแชริงครอสส์’ จึงไม่ใช่แค่การอ่านเรื่องการตามหาและการสั่งหนังสือของเฮเลน แต่ฉันยังได้เห็นมิตรภาพและการเป็นผู้ให้ที่มีอยู่ในทุกหน้ากระดาษ หนังสือเล่มนี้ได้มอบความเรียบง่ายแต่แสนอบอุ่นในชีวิตของฉัน มอบความรู้สึกที่ทำให้ฉันตระหนักว่า ‘การให้’ ไม่เคยสร้างผลร้ายแก่ใคร เคยมีบุคคลที่เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตได้บอกกับฉันว่า “มนุษย์ทุกคนต้องการความห่วงใยและปรารถนาดีจากผู้คนรอบข้างมาโอบกอดชีวิตเรา” และมันทำให้ฉันคิดได้ว่า ก่อนที่เราจะรับความปราถนาดีเช่นนั้น  เราควรจะเริ่มเป็นผู้ให้ก่อน เพราะ ‘การรับ’ จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจาก ‘การให้’  

เหนือสิ่งอื่นใด ตลอดเวลา 20 ปี ที่ความสัมพันธ์ของเฮเลน กับ ผู้คนในมาร์คส์ แอนด์ โค เติบโตไปอย่างต่อเนื่อง ชีวิตของคนเราก็ย่อมผ่านเรื่องราวต่างๆ เราอาจประสบความสำเร็จ เราอาจตกงาน เราอาจหัวเราะ เราอาจร้องไห้ แต่นั่นล่ะคือชีวิตของมนุษย์ ทุกๆ อย่างยังคงหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่เชื่อฉันเถอะค่ะว่าความสัมพันธ์ ความรัก และมิตรไมตรีที่มีแต่ความปรารถนาดีต่อกันจะยั่งยืนงอกงามเสมอ เหมือนความสัมพันธ์ของเฮเลน กับผู้คนที่มาร์คส์ แอนด์ โค

เฮเลนได้กล่าวไว้ในจดหมายฉบับสุดท้ายในหนังสือว่า

‘ถ้าเธอมีโอกาสผ่านไปที่เลขที่ 84 ถนนแชริงครอสส์ ช่วยประทับรอยจูบไว้ที่ร้านแทนฉันด้วยได้ไหม ฉันเป็นหนี้สถานที่แห่งนั้นมากเหลือเกิน’

และฉันก็อยากบอกว่า

‘ถ้าเธอมีโอกาสไปเจอหนังสือที่ชื่อว่า ‘ร้านหนังสือเลขที่ 84 ถนนแชริงครอสส์’ ช่วยประทับรอยจูบไว้บนปกเหล่านั้นแทนฉันด้วยได้ไหม เพราะฉันเป็นหนี้หนังสือเล่มนี้มากเหลือเกิน และฉันอยากให้ทุกคนรักหนังสือเล่มนี้เหมือนที่ฉันรัก’

 

ปล. แน่นอนว่าร้านมาร์คส์ แอนด์ โค ปิดตัวลงไปแล้ว ฉันไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนี้จะไปถึงมือใคร ซึ่งหากคุณเป็นผู้ที่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้ โปรดรู้ไว้ด้วยนะคะว่าฉันรู้สึกซาบซึ้งกับหนังสือเล่มนี้มากจนอยากให้คุณได้ลองสัมผัสกับมันดูสักครั้ง : )

 

ด้วยรัก

P.S.

theotherploy

I read, therefore I am | เป็นนักศึกษาเอกภาษาไทย เป็นนักอ่าน เป็นนักคิดเองเออเอง และมีความฝันอยากเป็นนักแบ่งปัน 🙂
  1. มะกอกเอง

    อ่านเพลินเลย เป็นการแนะนำหนังสือแบบเรื่องราวน่ารักน่าประทับใจ
    เป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์ผลงานเขียนดี ๆ น่ารัก ๆ แบบนี้ต่อไปนะครับ

  2. ดอกแก้ว การะบุหนิง

    สำนวนช่างฝันดีค่ะ เหมาะกับวัยที่ฝันจะขับเคลื่อนสิ่งสวยงามออกจากองค์ประกอบต่างๆ ของชีวิต

    นวนิยายที่ดำเนินเรื่องด้วยจดหมายโต้ตอบที่ชอบมากคือ นิกกับพิม ค่ะ ภาพนายจากมุมมองของสุนัขช่างน่ารักน่าหยิก เสียงเล่าที่เติมความเห็นในเชิงวิพากษ์นายเบาๆ ตามประสาสิ่งมีชีวิตที่ถ่ายเทความรักให้กันก็ดีมาก อ่านแล้วหัวใจนุ่มขึ้นมาอีกโขเลย

    อาณาจักรฝันของคุณไม่เลวเลยนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *