Presage…


    สวัสดีครับ สวัสดีทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่าน ก่อนอื่นผมขออนุญาตแนะนำตัวตัวเองก่อนนะครับ ผมชื่อ เบิ้ม ครับ แม่ตั้งให้ เพราะตอนคลอดออกมาแม่บอกว่าผมเกิดก่อนกำหนดไปราวหกสัปดาห์ พอเกิดออกมาแม่แทบขาดใจ ตัวเล็กนิดเดียว แม่เลยแก้เคล็ดให้ชื่อผมว่า “เบิ้ม” แทนชื่อ “โด่ง” ที่ตั้งไว้รอก่อนหน้า แต่ก็ยังดีที่ผมเกิดมามีสันจมูกกับเค้าเหมือนกัน

    ผมเชื่อเรื่องดวงชะตา โหราศาสตร์ การพยากรณ์ และการทำนายทายทักมากครับ เพราะแม่เล่าให้ฟังว่าตอนเกิดมาได้ซักยี่สิบวัน ผมไม่สบายหนัก ไข้สูงตัวร้อน พาไปหาหมอทั่วทั้งอำเภอก็ยังไม่หาย จนต้องพาไปรดน้ำมนต์วัดแถวบ้าน หลวงพ่อท่านก็ทักมาว่าชื่อที่แม่ตั้งให้ มันไม่ถูกโฉลก แถมดวงผมเกิดมาจะตายโหง ผีอยากเอาไปเป็นลูก
  
   เท่านั้นหล่ะครับ แม่เล่าว่าแกงี้แทบล้มทั้งยืน ลมจะใส่เอาตอนนั้นเลย ร้องไห้เสียอกเสียใจ กราบให้หลวงพ่อช่วยให้ผมรอด จะให้แกทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น
   หลวงพ่อท่านก็เมตตา ตั้งชื่อผมให้ใหม่ว่า “ชาคร” แปลว่า ผู้ตื่นอยู่เสมอ ผู้มีความเพียร ท่านทิ้งท้ายก่อนจะผูกสายสิญจ์ให้ว่า

 “สอนมันนะ ให้มันมีสติ สติจะช่วยมีปัญญา แล้วมันจะอยู่รอดปลอดภัย” 

 แม่บอกอีกว่าท่านให้ทรายมาหลายถุง ให้เอาไปโรยรอบบ้านๆ ที่ไหนมีน้ำมีโอ่ง ให้โรยลงไปด้วย ส่วนอาการไข้ก็ให้กินยาตามหมอสั่ง คอยเช็ดตัว และให้พักเยอะๆ ซึ่งก็ได้ผล ผมเลยหายวันหายคืนและรอดตายจนโตมาได้ถึงทุกวันนี้


   

   ตั้งแต่ที่แม่เล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังตั้งแต่เล็กๆ ผมจึงเชื่อและสนใจใฝ่หาความรู้เรื่องดวงชะตา การทำนายทายทัก ไม่อยากจะคุยว่า ตำราพรหมชาติ ผมนี่อ่านนับร้อยรอบ จำได้เกือบทุกบรรทัด แถมดูดวงชะตาตัวเองตามตำรา ก็เป็นอย่างที่หลวงพ่อว่าจริงๆ คือดวงชะตาขาด มีโอกาสตายตั้งแต่ยังเล็ก ขอให้สะสมบุญมากๆ และทำอะไรด้วยสติ จึงจะพอรอดพ้นให้มีชีวิตรอดต่อไปจนถึงวันนี้
    
   ผมจึงเชื่อในเรื่องดวงมาตลอด ซึ่งมันก็เร้นลับจนเกินอธิบายจริงๆ เช่น ตอนผมอายุ 11 ขณะที่นอนอยู่ในห้อง ผมได้ยินเสียงตุ๊กแกร้อง ทุกทีมันร้องซักแปดครั้ง เก้าครั้ง ซึ่งตำราท่านว่าดีนัก แต่คืนนั้นเองจำได้ขึ้นใจเลย เพราะมันร้อง

แก…แก….แก.. 

 โบราณท่านว่าร้องแบบนี้อัปรีย์นัก ผมรีบลุกขึ้นกลางดึก คว้าไม้กวาดหลังบ้านไปไล่ฟาดมัน ไอ้ตุ๊กแกบ้าทักแบบนี้ความซวยจะมาเยือนเอาสิครับ ยังไม่ทันได้ฟาดมันให้ตายเลย ผมก็เหยียบเข้ากับเศษหินคมๆ จนเลือดอาบไปทั่วฝ่าเท้า เท่านั้นยังไม่พอครับ แผลก็ดันอักเสบอีก ต้องกรีดเอาหนองออกแล้วล้างแผลอีกหลายวันกว่าแผลจะแห้งหายสนิท คือซวยเพราะไอ้ตุ๊กแกบ้าตัวเดียวเลยจริงๆ
   
  ตอนผมอายุสิบสาม จำได้ขึ้นใจอีกเรื่อง คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับ อากาศมันเย็นเฉียบพลัน หนาวขึ้นจับจิตจับใจ จึงลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำปล่อยเบาซะหน่อย พอเดินกลับเข้าห้อง ได้ยินเสียงนกแสกร้อง ผมเองก็ไม่เคยเห็นตัวมันหรอกนะครับ แต่เสียงมันร้องนี่โหยหวน เสียงก้องไปทั่วหมู่บ้านที่เงียบสงัด ขนนี่ลุกซู่ เพราะเค้าว่ากันว่าถ้านกแสกร้องหรือไปเกาะหลังคาบ้านไหนร้อง ที่นั้นจะมีคนตาย 

    เช้ามาแค่นั้นหล่ะครับ มีคนวิ่งมาบอกแม่แต่เช้า ว่าตาสม ผัวยายมี พ่อลุงมา น้าอาคิด แกตายซะแล้วเมื่อคืน เมื่อวานดึกๆ ยังนั่งดื่มกันเฮฮากับเพื่อนๆ วัยดึกรุ่นตอกฝาโลงกันอยู่เลย

 เช้ามานอนตัวแข็ง เสื้อผ้าก็ไม่ใส่ สงสัยจะโดนผีอำแน่ๆ เพราะตัวแกดูท่าทางทรมานมือนี่งองุ้มเชียว ผมได้ยินแบบนั้นก็อดสยองไม่ได้ นกแสกนี่มันลางหายนะชัดๆ 

เจ้าประคุณ …อย่ามาเกาะแถวบ้านเชียวนะ


    ตอนผมสิบห้า กำลังวัยคะนองเลยครับ ได้มอเตอร์ไซค์คันใหม่ แม่ซื้อให้เพราะต้องไปเรียนพิเศษในเมืองช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จำได้ว่าคืนวันศุกร์ตอนซักตีสองกว่า ผมนั่งเล่นเกมจนดึก หนังตากระตุกรัวเป็นปืนกล แต่ดันกระตุกข้างขวานี่สิครับ โบราณเค้าว่าไว้

                 ขวาร้าย…ซ้ายดี


  จะเป็นคำแก้เคล็ดว่าจริงๆ ซ้ายร้ายขวาดี หรืออะไรก็ช่าง มันก็รู้สึกไม่ค่อยดีซะแล้ว ผมรีบปิดไฟนอนเลยครับ หนังตามันก็กระตุกทั้งคืน นอนหลับบ้างไม่หลับบ้าง ตื่นเช้าเลยงัวเงียนิดหน่อย แต่นัดน้องยุ้ยจะรับเธอติดรถไปในเมืองด้วย เลยรีบตื่นแล้วบึ่งไปแต่เช้า 

   พอไปส่งน้องยุ้ยที่ห้างในเมืองแล้ว ผมขี่ไปตามซอยในหมู่บ้าน ทั้งแคบทั้งมีแต่หลุมแต่บ่อ แดดก็โคตรร้อนครับ ทันใดนั้นเหมือนมีอะไรวูบผ่านหน้า มันมืดไปหมด รถมอเตอร์ไซค์คันเก่งผมก็ลงไปกองกับพื้นแล้วสิครับ ได้เลือดอีกแล้วงานนี้ เย็บแผลไปสิบเข็มที่หัวเข่า แถมรถนี่แฮนด์รถงอจนเสียศูนย์ไปหน่อยๆ แต่ก็พอขับได้ครับ ช่างบอกให้เปลี่ยนใหม่เพราะมันจะหักเลี้ยวลำบาก แต่ช่วงนั้นไม่มีเงิน เลยให้เค้าซ่อมพอชั่วคราวไปก่อน เดี๋ยวมีเงินค่อยเปลี่ยนอีกที


    จนเมื่อคืนนี้เองครับ ขณะที่กำลังออกจากห้องน้ำมา ดันมีเจ้าจิ้งจกตัวอวบอ้วน หล่นมาจากไหนไม่ทราบ ตกลงมาเกือบโดนเท้าซ้าย เฉียบไปนิดเดียว ผมก็สะดุ้งตกอกตกใจ รีบไปเปิดตำรา ตำราก็ว่าสัตว์ตกมาทางซ้ายจะมีเคราะห์อันตราย ผมงี้จิตตกเลยครับ เอาอีกแล้วพรุ่งนี้จะมีอะไรมั้ยเนี่ย มันก็กังวลสิครับ เช้าๆเลยว่าจะไปทำบุญซะหน่อย

   เช้านี้เลยตื่นแต่เช้า รีบไปวัดเอาอาหารกับข้าวสุกไปใส่บาตร แล้วเข้าไปกราบพระประธานในวิหาร แน่นอนครับ ผมไม่พลาดจะเสี่ยงเซียมซีที่วางอยู่ข้างๆวิหาร ผมตั้งใจพยายามเสี่ยงทายให้แม่นที่สุด

                    แคร๊กๆ…แคร๊กๆ…
  

  และแล้วหมายเลขไม้ที่หล่นออกมาก็คือ หมายเลข 7 ผมก็รีบไปหยิบคำทำนายที่ตู้ข้างๆช่องเบอร์ 7 ในทันที ในนั้นเขียนไว้ว่า
      

      โบราณท่านว่าไว้ ผู้ใดไซร้ได้  เลข ๗         

 ถามถึงโชคยังยากมากความเหลือ ต้องจุนเจือทำบุญทำทานเสีย ละกิเลสโทสะโมหะมัว เพื่อให้ตัวนั้นรอดแลปลอดภัย 

ถามถึงรักนั้นต้องยั้งระวังก่อน ให้อาธรณ์เพียงไหนก็ไร้ผล แม้จะมีพิสวาทต้องอกตรม  ต้องระทมยังไม่อาจได้คู่เคียง 

ถามถึงดวงชะตาฟ้าลิขิต ต้องมีจิตมั่นคงอย่าหวั่นไหว ดวงชะตาเป็นเพียงฟ้าลากพาไป ตัวเดินได้ด้วยปัญญาพาพ้นครวญ
     

  เฮ้ย! ผมนึกในใจ ทำไมใบนี้ทำนายไม่ดีเลย ผมเริ่มหงุดหงิด รีบอ่านรีบเก็บเข้าช่องหมายเลข ๗ เหมือนเดิม มิน่าหล่ะ ช่องนี้ใบเซียมซีหนาปึกเหมือนเดิม เพราะคงไม่มีใครเอากลับติดตัวไปเลย
   

  ผมรีบเดินออกมาด้วยความโมโห อะไรจะซวยแบบนี้ มีแต่ลางร้ายทั้งนั้น ผมชักเริ่มกังวลจริงๆ แล้วคราวนี้ ผมหยิบหมวกกันน๊อคสวมลวกๆ แล้วรีบคว้ารถมอเตอร์ไซค์คู่ใจบึ่งออกวัดไปทันที ก่อนออกประตูวัดดันมีเจ้าหมาวัดขี้เรื้อนเดินตัดหน้าซะอีก ผมนี่หักรถจนเกือบล้ม ดีที่ประคองตัวไว้ได้ เลยแถมบาทาให้เจ้าหมาบ้าไปหนึ่งที แล้วรีบขี่ออกมาต่อ


    ผมโทรไปบอกน้องยุ้ยว่าให้เรียกรถสองแถวกลับบ้านเอง เพราะผมร้อนอยากกลับบ้านแล้ว คงไม่อยู่รอจนเย็น เพราะยังไงผมก็คงไม่ได้เป็นแฟนเธอหรอก ดวงเค้าก็บอกแล้วนิ 

   ระหว่างทางที่ผมกำลังขี่กลับบ้าน ผมสังเกตุเห็นด่านตรวจของตำรวจจราจร นั่นไงครับ คราวซวยมาเยือนอีกแล้ว ก็ใบขับขี่ก็หมดอายุ รถก็ไม่ได้ต่อทะเบียนมาสองเดือนแล้ว ผมโดนปรับหลายร้อยแน่ๆ งานนี้

   ผมไม่รอให้โดนหรอกครับ รีบเลี้ยวรถขับย้อนศรกลับทางเดิม เพื่อไปเข้าซอยทางลัดที่อยู่ข้างหน้าอีกราวสี่ร้อยเมตร มีรถมอเตอร์ไซค์หลายคันขี่สวนผมไป ผมนึกในใจว่าพวกนายซวยแน่ หมวกกันน๊อคก็ไม่ใส่ ..เดี๋ยวก็รู้ 

  ผมต้องขับเบี่ยงขึ้นมาบนช่องทางเดินรถ เพราะด้านข้างมีมอเตอร์ไซค์หลายคันวิ่งสวนมา
    

   ผมเห็นรถบรรทุกข้างหน้ากำลังวิ่งมาอย่างเร็ว ฝุ่นนี่คลุ้งมาเลย แต่ผมก็ถูกเบียดจากรถที่วิ่งสวนมาเรื่อยๆ ผมจึงต้องตัดสินใจเร่งเครื่องให้ไวขึ้นให้พ้นจากรถจักรยายของคุณป้าข้างหน้าอีกคันเดียว รถบรรทุกใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แถมดูปัดไปมาน่ากลัว คงเพราะเริ่มเห็นด่านตรวจข้างหน้าละมัง ผมเร่งเครื่องให้ไว้ขึ้น อีกนิดเดียวจะพ้นจักรยานแล้ว รถบรรทุกสวนเข้ามาใกล้มากๆ ผมพ้นระยะของจักรยานแล้ว แต่มีลมดูดจากรถบรรทุกคันใหญ่มาปะทะ ผมรู้สึกเหมือนจะเสียหลักโดนดูดเข้าไปใกล้รถบรรทุกนั่น 
  

  ณ วินาทีนั้น ผมหักมอเตอร์ไซค์ออกขวาเพื่อให้พ้นลมดูดนั่น รถผมเสียหลักพุ่งลงไปข้างทาง ด้านหน้ามีกอหญ้าสูง ตัวผมและรถพุ่งเข้าไปแหวกกอหญ้าล้มกลิ้งอยู่ในพงหญ้ารก เสียงมอตอไซค์ยังดังเหมือนบิดคันเร่ง ก่อนที่จะค่อยๆ เงียบเสียงลงช้าๆและดับลงในที่สุด ผมรู้สึกมึนๆ เหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น ซักสองสามนาที มีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์วิ่งเข้ามาช่วย

     มีลุงคนนึงมายกรถผมขึ้น แล้วลากออกไปจากที่ทับตัวผมไว้ มีลุงอีกคนมาจับชีพจรที่ต้นคอผม ผมยังรู้สึกตุ๊บๆได้ที่ต้นคอที่ลุงเอานิ้วมากด แต่มันจุกๆพูดไม่ออก ผมนอนอยู่ตรงนั้นนานทีเดียว น่าแปลกที่ไม่ยักกะมีใครช่วยยกผมลุกขึ้นซักที 

  อ่อ…ผมก็พอจะจำได้ว่าเค้าห้ามเคลื่อนย้ายคนเจ็บ เพราะอาจมีอาจมีอันตรายจากกระดูกสันหลังที่บาดเจ็บจากการเคลื่อนย้ายที่ไม่ถูกวิธี 
    

  ราวครึ่งชั่วโมงกว่ารถพยาบาลจะมา ซักพักแม่ผมก็มาถึง แกร้องห่มร้องไห้เป็นยกใหญ่ กอดตัวผมซะแน่น จนมีคนมาดึงแกออกไป ผมสงสัยว่าแม่จะร้องอะไรขนาดนั้น รถพยาบาลก็มาแล้วนี่นา ผมลุกขึ้นหันไปมองรอบๆ เห็นหมวกกันน๊อคสีขาวกระเด็นออกไปไกลราวหกเมตรลอยตุ๊บป่องอยู่ในลำธารเล็กถัดลงไปจากพงหญ้าที่ผมนอนอยู่ 
 

  อ่ะ ไม่สิร่างของผมต่างหากที่นอนอยู่ ผมไปยืนพิจารณาร่างที่มีของเหลวสีแดงไหลโชกที่ก้อนหินขนาดเขื่องที่อยู่เหนือหัวของร่างผมนิดเดียว ร่างผมดูคอบิดเบี้ยวนิดหน่อย ตาปิดลงแล้วจากที่แม่เอามือปิดมันทั้งสองลงเมื่อตะกี้

 อืมมมม ทำไมถึงลืมคาดสายรัดหมวกกันน๊อคตอนออกมาจากวัดได้หนอ บ้าจริงเชียว

ผมนึกในใจ ขณะที่กำลังเดินไปยืนข้างๆ แม่ที่นั่งร้องไห้ฟูมฟายราวจะเสียสติ ก่อนจะมีแสงสว่างวาบตรงหน้าริบๆ มีเสียงกระซิบเบาๆ คล้ายจะให้ผมเดินไปตามแสงสว่างที่ว่านั่น ….

อ่ะ.. ผมไปก่อนนะ ลาก่อนครับ แล้วคงได้เจอกันครับ

 

 

 

 


 

Latest posts by The Second (see all)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *