จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายในจักรวาลเอเลี่ยน

ผมคนหนึ่งที่ติดตามภาพยนตร์ชุดเอเลี่ยนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กมัธยมหัวเกรียน และทราบดีว่า ภาพยนตร์แต่ละเรื่อง (ในภาพยนตร์ชุดเอเลี่ยน) มีแก่นและโครงเรื่องแตกต่างกัน—พอพูดถึงคำว่าแก่นและโครงเรื่อง ก็ขอให้พวกเราคิดว่า มันคือจุดประสงค์ของภาพยนตร์ ซึ่งจะนำพาเราไปสู่การคลี่คลายปมปัญหาในช่วงไคลแม็กซ์—ดังนั้น ผมจึงหลีกเลี่ยงเสมอหากใครถามว่า “เอเลี่ยนภาคนี้ดีไหม” หรือดีกว่าภาคนั้นอย่างไร ด้วยการตอบกลับไป “ชอบ” หรือ “ไม่ชอบ” แทน…

 


 

ยกตัวอย่างภาคล่าสุด Alien: Covenant ที่เพิ่งชมไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ผมขอตอบตรงๆ ครับว่า “ไม่ชอบ” เพราะหนังไม่สามารถทำให้ผมรู้สึกกลัวได้เลย—ทั้งๆ ที่จุดประสงค์ของหนังแนว “สยองขวัญ” ก็ต้องทำออกมาเพื่อให้คนดูรู้สึกกลัวใช่หรือไม่—กระนั้น ผมกลับปฏิเสธไม่ได้ว่า เอเลี่ยนภาคนี้ ได้ไขความกระจ่างถึงที่มาที่ไปของตัวละคร และรายละเอียดต่างๆ จนสามารถเรียกได้เลยว่า ภาพยนตร์ชุดเอเลี่ยน มีจักรวาลที่ชัดเจนจริงๆ เสียที…

ก็แหละ ด้วยความที่มันเป็นไปแบบนั้น กอปรกับคำโปรยของ Alien: Covenant ที่ว่า ๐AAQ

 โดยเฉพาะ การอธิบายถึงจุดกำเนิดของเอเลี่ยนสายพันธุ์ต่างๆ (Xenomorph) และเรื่องราวที่ยังคงเป็นปริศนาจาก Prometheus ผ่านตัวละครศูนย์กลาง “เดวิด”—แสดงโดย ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ นักแสดงชาวไอร์แลนด์-เยอรมัน คนที่ผู้กำกับ รีดลีย์ สก็อต ถึงกับเอ่ยปากชมว่า ฟาสเบนเดอร์ คือ หนึ่งในนักแสดงที่ดีที่สุดที่เขาเคยร่วมงานด้วย—ทว่า การให้เวลากับการตัวละครเดวิดมากเกินไป กลับทำให้องค์ประกอบในส่วนอื่นๆ ดูด้อยลงอย่างเห็นได้ชัด…

ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ “แดเนียลส์” (แสดงโดย แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน) ตัวละครอีกตัว ซึ่งผู้กำกับฯ สก็อต ได้วางเธอไว้เป็นดังวีรสตรี (Heroine)—เฉกเช่นเดียวกับบทบาทของ “ลิปลีย์” ใน Alien (1979)—แต่มันกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เหตุก็เพราะ (อย่างที่พูดเมื่อสักครู่นี้) ผู้กำกับฯ ให้เวลากับตัวละครเดวิดมากเกินไป จนคนดูอย่างผม อดคิดไม่ได้ว่า “นี่มันหนังของเดวิดชัดๆ”…

อย่างไรก็ดี หากมองโดยรวม ผมคิดว่า Alien: Covenant ยังถือเป็นหนังที่ดี เพราะอย่างน้อย มันก็ทำหน้าที่เป็นเสมือนจิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย ที่มาต่อติดและไขความกระจ่างถึงที่มาที่ไปของตัวละครและรายละเอียดต่างๆ ในจักรวาลเอเลี่ยนที่ยังคงคลุมเครืออยู่ในภาคก่อนๆ ได้ แถมในความเป็นภาพยนตร์—ที่เหลื่อมซ้อนกันระหว่าง—สยองขวัญ นวนิยายวิทยาศาสตร์ และโลดโผน—มันก็ทำออกมาได้ดี แม้โดยส่วนตัว จะรู้สึกไม่ถูกจริตก็ตามเถอะ.

 

 

 

BOOKster x PHOOMANEE


 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *