ความบังเอิญในวันพักผ่อน

‘ความบังเอิญ’ เป็นเหมือนสีสันของชีวิตที่มักจะเข้ามาทำให้เราแปลกใจได้เสมอๆ สามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ เราอาจจะเจอของที่หามาทั้งวันโดยบังเอิญ พบสถานที่น่าสนใจโดยบังเอิญ หรือแม้แต่ได้เพื่อนใหม่จากความบังเอิญ ในชีวิตฉันเองมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นมากมาย แต่มีอยู่สองครั้งที่นำมาสู่มิตรภาพอันอบอุ่น เรื่องหนึ่งเกิดตอนเที่ยงวัน อีกเรื่องเกิดตอนเที่ยงคืน

 

เวลาอยู่คนเดียว ความบังเอิญอาจจะแวะมาหาเรายากสักหน่อย แต่เมื่อใดก็ตามที่เราพาตัวเองออกไปพบปะผู้คน ความบังเอิญจะเริ่มทำงานอีกครั้ง

 


-วันพักผ่อนของแสงแดด-

ในวันที่แดดจ้าวันหนึ่งก่อนวันวาเลนไทน์ไม่กี่วัน ณ. ใจกลางกรุงเทพหมานคร ขณะที่ฉันกำลังเดินอย่างรีบเร่งเพื่อไปพบใครคนหนึ่งที่เซ็นทรัลเวิลด์ มีมือๆหนึ่งสะกิดฉันไว้

Sorry, can you help me?

เจ้าของเสียงเป็นสาวหมวยหน้าตาน่ารัก

Sure! What happened?

I want to go to this place (พร้อมชี้ไปบนแผนที่) I think it’s not far from here but I have no idea where it is.

หลังจากที่พิจารณาดูแผนที่สักพัก พบว่าสถานที่นั้นคือศาลพระพรหม ตรงสี่แยกราชประสงค์นั่นเอง

อยู่ใกล้ๆนี่เอง เอาแบบนี้ดีกว่า เดินไปด้วยกันเลยไหม?” ฉันเสนอ

จะดีเหรอ รบกวนเธอหรือเปล่า

ไม่หรอก ป่ะ ไปกัน

หลังจากที่โทรบอกเพื่อนว่าอาจจะไปถึงช้า ก็พาสาวคนนั้นเดินไปศาลพระพรหม ระหว่างทางเราได้คุยกันหลายเรื่อง ทราบว่าเธอเป็นคนจีน มาไทยเพื่อมาเที่ยวโดยเฉพาะ เธอมากับเพื่อนนั่งเครื่องบินไปลงที่ภูเก็ต อยู่ภูเก็ตอาทิตย์หนึ่ง หลังจากนั้นเพื่อนเธออยากเที่ยวเชียงใหม่ แต่เธออยากมากรุงเทพฯ ทั้งสองคนจึงตัดสินใจแยกกันเที่ยวและเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมาเดินคนเดียวอยู่ในเมืองหลวงของประเทศไทยแบบนี้

ฉันจะอยู่กรุงเทพฯหกวัน แล้วบินกลับจีนวันที่ 16 หลังวาเลนไทน์สองวัน

ฉันสะกิดใจ ทำไมเธอถึงเลือกที่จะใช้เวลาในวันวาเลนไทน์คนเดียวแถมยังอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้

ทำไมเธอถึงมาเที่ยวช่วงนี้เหรอ

ฉันเพิ่งเรียนจบ ก่อนที่จะเรียนต่อฉันอยากเที่ยวหาประสบการณ์ ก็ว่างแค่ช่วงนี้แหละ ฉันอยากเที่ยวเมืองไทยมานานแล้วนะ ทะเลไทยสวยจริงๆ

เอ๊ะ เธอเพิ่งเรียนจบเหรอ ฉันก็เพิ่งเรียนจบเหมือนกัน

นี่ ถามได้มั้ย เธออายุเท่าไหร่เหรอ

21

เราอายุเท่ากันเลย

จริงเหรอ อืม แต่จริงๆแล้วฉันเพิ่งอายุ 21 เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง

หืม ฉันก็เหมือนกัน

โอ้ เธอเกิดเดือนนี้เหรอ

ใช่ ฉันเกิดวันที่ 5

เป็นไปไม่ได้

ทำไมเหรอ

” … ”

อย่าบอกนะว่า

ฉันก็เกิดวันที่ 5 เหมือนกัน

ใช่แล้ว เราสองคนเกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกัน ปีเดียวกัน โชคชะตาได้นำพาให้ผู้หญิงสองคนที่มีวันเกิดวันเดียวกันจากคนละประเทศมาเจอกัน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่

ยิ่งกว่าพบเจอ เราได้คุยกัน
ยิ่งกว่าคุยกัน เราได้รู้จักกัน
ยิ่งกว่ารู้จักกัน เราได้กลายมาเป็นเพื่อนกัน

เวลาผ่านมาหลายปีแล้วเราก็ยังคงติดต่อกันมาเรื่อยๆรอวันที่เราจะได้พบกันอีกครั้ง

 


-วันพักผ่อนของแสงจันทร์-

เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนครึ่งในเมือง Orlando ประเทศสหรัฐอเมริกา ฉันเดินทางมาถึงสถานีเพื่อขึ้นรถทัวร์ไปยังจุดหมายถัดไป .. รถทัวร์ออกไปแล้ว แน่ล่ะ เวลาออกรถคือเที่ยงคืน แต่ฉันก็ยังมาโดยมีความหวังว่ารถทัวร์อาจจะออกช้าและยิ่งกว่านั้นคือฉันไม่มีที่ไป

มีผู้ชายสองคนยืนอยู่ที่ลานจอดรถ ฉันเห็นสถานีเปิดไฟอยู่จึงเดินเข้าไป ข้างหน้าประตูมีหญิงสาวผิวขาวหน้าตาดีพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบนั่งอยู่ เธอคงเพิ่งลงรถรอบสุดท้ายและกำลังรอคนมารับ

ขอโทษนะคะ” ฉันเอ่ยขึ้น “สถานีปิดเหรอ?

ใช่ เข้าไปไม่ได้

แล้วมันจะเปิดเมื่อไหร่?

น่าจะประมาณตีห้านะ

ฉันตกใจเพราะตอนแรกคิดว่าจะมาอาศัยสถานีนั่งหลับจนถึงเช้าแต่กลับเข้าไปไม่ได้ มองไปรอบตัวก็มีแต่ความมืด นอกจากนั้นฉันยังตัวเปียกตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเนื่องจากตากฝนที่ตกหนักเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว

ฉันตัดสินใจเดินไปที่ป้ายรถเมล์ เผื่อมีรถเมล์ผ่านมาจะได้นั่งกลับไปยังโรงแรมที่นอนเมื่อคืน ที่ป้ายรถเมล์เงียบและมืดมาก ครึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่มีรถผ่านมาสักคัน ตีหนึ่งแล้วฉันตัดสินใจเดินกลับไปที่หน้าสถานี ผู้ชายสองคนตรงลานจอดรถหายไป แต่ผู้หญิงที่นั่งอยู่หน้าประตูยังอยู่

ฉันนั่งลงข้างๆเธอ โทรศัพท์หาเพื่อนที่ประเทศไทยเพื่อบอกสถานการณ์ตัวเองในขณะนี้ เมื่อวางสายลงจึงหันไปถามเธอว่าจะอยู่ตรงนี้ถึงกี่โมง

‘ตีห้า’

คือคำตอบที่ได้รับ ฉันตาโตแทบไม่เชื่อหูตัวเอง คุยกันไปมาได้ความว่าเธอเองก็ตกรถรอบเดียวกับฉัน ฝนที่ตกหนักทำให้การจราจรติดขัด เธอตั้งใจว่าจะนั่งรออยู่หน้าสถานีไปเรื่อยๆเพื่อขอเปลี่ยนตั๋วเป็นรอบเร็วสุด คือ แปดโมงเช้า อะไรที่ทำให้ผู้หญิงสวยอย่างเธอกล้าที่จะนั่งอยู่คนเดียวพร้อมของมากมายไปอีกเกือบสี่ชั่วโมงอย่างนี้

หรือจะนั่งรออยู่กับเธอดี? ฉันเคยผ่านการเป็น Homeless ที่นิวยอร์คมาแล้ว เป็น Homeless ที่นี่อีกสักคืนจะเป็นอะไรไป เธอเป็นคนเกาหลี เพิ่งจบคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่แคนาดา จึงตัดสินใจมาเที่ยวอเมริกาก่อนกลับบ้าน เธอเริ่มทริปที่นิวยอร์คก่อนจะนั่งรถยาวมาลงแอตแลนต้า นั่งรถมาออแลนโด้ วางแผนว่าจะนั่งรถไปชิคาโก ก่อนจะนั่งรถกลับไปนิวยอร์คเพื่อขึ้นเครื่องไปเกาหลี เธอใช้รถทัวร์ในการเดินทางทั้งหมดเพื่อประหยัดเงิน ดังนั้นการตกรถในครั้งนี้ทำให้เธอพลาดรถรอบถัดๆไปทั้งหมด เธอจึงจะนั่งรถตรงไปนิวยอร์คเลย จะได้ทันขึ้นเครื่องบิน แต่ก็บ่นกับฉันอย่างเสียดายว่าจะไม่ได้ไปชิคาโกแล้ว

เราคุยกันไปเรื่อยๆจนถึงตีสองครึ่ง อีกเพียงสองชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ตอนแรกฉันเชื่อว่าฉันจะอยู่แบบนี้ไปจนถึงตีห้าได้ แต่เวลาผ่านไปฉันทั้งง่วง ทั้งเหนื่อย ตัวก็ยังไม่แห้ง  แบตโทรศัพท์เหลืออยู่ไม่ถึงสิบเปอร์เซนต์ อยากอาบน้ำ อยากพักผ่อน ฉันถามเธอว่าจะไปพักโรงแรมกันไหม ถ้าเธอไปฉันจะไป แต่ถ้าเธอไม่ไปฉันก็จะอยู่เป็นเพื่อนเธอ เธอตอบกลับมาว่าน่าสนใจ ฉันโทรหาเพื่อนที่ไทยอีกครั้ง เพื่อนเป็นธุระจัดการให้ทุกอย่าง หาโรงแรม เช็คอินออนไลน์ จ่ายเงิน ฉันมีหน้าที่แค่ใช้มือถือที่มีแบตเตอรี่เหลืออยู่น้อยนิดเรียกอูเบอร์เพื่อไปโรงแรมเท่านั้น

เตียงควีนไซส์สองเตียงใหญ่เกินพอสำหรับเราสองคน หลังจากเช็คอิน เราอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า คุยกันอีกนิดหน่อย ฉันตัดสินใจเปลี่ยนตั๋วรถเป็นรอบตอนเที่ยง ส่วนเธอตั้งใจจะไปให้ทันรถรอบแปดโมงเหมือนเดิม เรากล่าวราตรีสวัสดิ์กันแล้วล้มตัวลงนอน กว่าจะลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาแปดโมงเช้า ฉันตกใจรีบมองไปที่เตียงข้างๆ เธอไม่อยู่แล้ว ฉันกังวลว่าเธอไปทันรถหรือเปล่าและรู้สึกสับสนเหมือนเหตุการณ์เมื่อคืนเป็นแค่ความฝัน เพราะนอกจากชื่อ ฉันก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธออีกเลย การที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเธอ มันเหมือนกับว่าเราไม่เคยเจอกัน

ฉันเดินไปอาบน้ำล้างหน้าพลางทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนที่กำลังจะหยิบกุญแจเพื่อลงไปกินข้าวเช้าก็บังเอิญเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆวางอยู่ เป็นลายมือของเธอเอง เธอเขียนบอกว่าขอโทษที่ไปโดยไม่บอกลา เธอพยายามปลุกฉันแล้วแต่ฉันไม่ตื่นและเธอกำลังรีบ เธอขอบคุณและบอกว่าจะช่วยออกค่าโรงแรมพร้อมกับเขียนเบอร์โทรไว้ให้

ฉันยิ้ม เพราะนี่เป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่ยืนยันถึงการพบกันของเรา ผู้หญิงสองคนจากคนละประเทศมาพบกันด้วยความบังเอิญและใช้เวลาหนึ่งคืนด้วยกัน ฉันรู้สึกขอบคุณตัวเองที่เดินทางไปจนถึงสถานีทั้งๆที่คิดว่ารถน่าจะออกไปแล้ว ไม่เช่นนั้นเธอคงจะต้องนั่งรออยู่คนเดียวแน่ๆ

 

ฉันเป็นคนที่หลงไหลในความบังเอิญมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ฉันเชื่อว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์ไม่แพ้ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ ตั้งแต่ฉันได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกกลมๆใบนี้ มีความบังเอิญเกิดขึ้นกับฉันมากมายหลายต่อหลายครั้งและฉันรู้สึกขอบคุณ

 

ขอบคุณตัวเองที่ออกเดินทางเพื่ออนุญาตให้ความบังเอิญทำงาน

ขอบคุณความบังเอิญที่ขยันทำงานในวันพักผ่อน

 

 

 


 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *