ความหลากหลายทางการอ่านของนักอยากเขียน

ก่อนจะก้าวมาเป็นนักเขียนได้  ต้องเริ่มต้นจากเป็นนักอ่านก่อน…รูปแบบกระบวนการดังกล่าว เหมือนจะเป็นหนึ่งในสูตรสำเร็จสำหรับโลกอ่านเขียนทีเดียวครับ นักเขียนส่วนใหญ่อย่างผมและท่านอื่นก็มักเริ่มต้นอย่างนี้ทั้งนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แน่นอนว่าทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น เพราะเคยผ่านตาเจอนักเขียนบางคนให้สัมภาษณ์อยู่บ้างว่าไม่ชอบอ่าน แต่ชอบดูหนัง ละครมากกว่า อาจจะถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์

อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่เอาเข้าจริง พอได้ลองพูดคุยกันก็มักพบว่าต้องชอบอ่านอะไรสักอย่าง ส่วนคนที่ไม่สนใจหนังสือเลยแบบสุด แต่ฝันอยากเป็นนักเขียน พูดกันขำๆ เท่าที่สังเกตคือสุดท้าย 99 % มักไม่ได้เป็นนะครับ

หลังทำงานอยู่ในวงการมาพักใหญ่ เริ่มเป็นรุ่นพี่หรือคนสอนอบรมการเขียน วิทยากรงานต่างๆ มีโอกาสพูดคุยหรือสัมภาษณ์คัดเลือกเด็กรุ่นน้อง นักอยากเขียนเข้าโครงการงานต่างๆ  หนึ่งในคำถามหลักที่ผมมักใช้พูดคุยกับพวกเขา ก็ไม่พ้นเรื่องถามว่ากำลังอ่านอะไร หนังสือเล่มไหน หรือนักเขียนคนใดอยู่บ้าง ความชอบรสนิยมการอ่านโดยรวมเป็นอย่างไร

เท่าที่ได้รับคำตอบ เด็กรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจการเขียน มักอ่านหนังสือหรือมีนักเขียนคนโปรด แนวที่ชอบกันทั้งนั้นครับ  อันนี้ถือเป็นเรื่องน่าชื่นใจ อย่างไรก็ตามผมสังเกตเห็นจุดร่วมเดียวกันอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาอยู่บ้าง ตรงที่หลายคนจำกัดตัวเองให้ชอบอ่านอยู่เพียงไม่กี่แบบหรือนักเขียนไม่กี่คนเท่านั้น  ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่พ้น นักเขียนวรรณกรรมคลาสสิก รุ่นใหญ่ขึ้นหิ้ง หรือว่ามีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของวงการ เป็นต้น

เอาเข้าจริง ถามว่ามันเป็นความผิดขั้นร้ายแรงไหม ก็ไม่ขนาดนั้น ไม่ควรจะเรียกว่าเป็นความผิดด้วยซ้ำ เพียงแต่ผมรู้สึกว่าสำหรับคนเริ่มต้นการเขียน ถ้าเป็นไปได้น่าจะลองอ่าน ลองเรียนรู้งานหลายแบบ หลายสไตล์มากกว่าจะไปยึดติดอยู่กับแนวทางใด เพียงส่วนเดียว

pexels-photo-92323

แน่นอนว่าอาจจะมีคนโต้เถียงเห็นแย้งได้ว่า อ่านเพียงไม่กี่แบบหรือไม่กี่คนก็ดีแล้วจะได้ลงลึก แต่ผมก็จะขอแย้งอีกรอบ ว่าแท้จริงแล้วเราสามารถทั้งลงลึกและมองกว้างไปได้พร้อมกัน ไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงทางใดทางเดียว อีกอย่างการเรียนรู้จากต้นแบบที่ขาดความหลากหลายตั้งแต่เริ่มต้น อาจเป็นการปิดกั้นศักยภาพในการเรียนรู้ ทำให้พลาดการค้นพบว่าเราอาจทำอะไรได้มากกว่าที่คิด รวมทั้งปัญหาการลอกเลียนสไตล์ต้นแบบหนึ่งเดียว จนขาดความเป็นตัวเองเพราะไม่มีวัตถุดิบอื่นมาผสมผสาน

ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลพวงจากโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยตัวเลือกอันสับสน ทำให้คนอ่านหนังสือน้อยลงตามธรรมชาติ (เป็นเรื่องปกติครับ จากการสำรวจโดยผมเอง แม้แต่นักเขียนรุ่นเก่ารุ่นแก่หลายคนก็มัวแต่เล่นเฟสบุ๊คกันมากกว่าอ่านหนังสือ)  อีกอย่างคือในขณะที่โซเชียลเน็ตเวิร์คจะช่วยขยายโลกเราให้กว้างไกล พบเจอรู้จักผู้คนมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ปิดล้อมเราไว้ภายใต้อิทธิพลกลุ่มคนนิสัยคล้ายกัน มีรูปแบบความรักความชังเฉพาะ จนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเรากำลังเผชิญความไม่หลากหลาย

ถือเป็นข้อสังเกตเล็กๆ ที่ไม่จริงจังอะไร แต่ถ้าเป็นไปได้ อยากแนะนำให้คนที่ก้าวมาสู่โลกการเขียนลองสำรวจตัวเองให้ดีว่าเราเผลอติดกับดักอะไรบ้างหรือเปล่าในเรื่องพฤติกรรมการอ่าน เพราะมันคือจุดเริ่มต้นครับ

 

 

BOOKster x ปองวุฒิ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *